บริษัท ชูโฟทิค จำกัด รวบรวมเครื่องสำรองไฟฟ้าที่มากที่สุดสำหรับคุณ

ลงทะเบียนผลิตภัณฑ์    แจ้งซ่อม   TH l EN

ลูกค้าสัมพันธ์ 092-262-0760

บริษัท ชูโฟทิค จำกัด รวบรวมเครื่องสำรองไฟฟ้าที่มากที่สุดสำหรับคุณ

TH

CHUPHOTIC Smart Grid System Part1



บทนํา

ไฟฟ้าเป็นพลังงานประเภทหนึ่งที่มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานประเภทอื่น โครงสร้างพื้นฐานที่จาเป็นในการผลิต การส่ง การจาหน่าย และการใช้ไฟฟ้าซึ่งได้มีการใช้งานมาอย่างยาวนาน ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทาให้พลังงานไฟฟ้ามีส่วนสาคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ของประเทศ ทั้งนี้ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นส่งผลให้มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่มีคุณภาพและมี ความเชื่อถือได้มากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากหากเกิดความขัดข้องในที่ใดที่หนึ่งในระบบไฟฟ้าก็อาจก่อให้เกิด ความเสียหายเป็นวงกว้างต่อทั้งระบบเศรษฐกิจของประเทศได้

ปัจจุบัน ประเทศไทยผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อผลิตไฟฟ้าส่งผลให้ มีการปลดปล่อยก๊าซ CO2 ออกมาในปริมาณมาก โดยมลภาวะที่เกิดจากการปลดปล่อย CO2 ที่มากขึ้นรวมถึง ความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าโดยมี เป้าหมายเพื่อจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันจะต้องมีการปลดปล่อย ก๊าซCO2ที่น้อยลงรวมถึงจะต้องมีการจัดการในด้านการผลิตการส่งการจาหน่ายและด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนั้น การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วย ลดการปลดปล่อยก๊าซ CO2ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอัตราการขยายตัวของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน

มีแนวโน้มที่สูงขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดแล้วถือว่าพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวยังมี สัดส่วนอยู่น้อยมาก อีกทั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนยังมีปัญหาในเรื่องความไม่แน่นอนของแหล่งผลิต และความไม่ต่อเนื่องหรือความไม่สม่าเสมอของพลังงานที่ผลิตได้ ซึ่งเป็นปัญหาทีต้องหาวิธีปรับปรุงแก้ไขต่อไป การที่จะเชื่อมต่อแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีมากขึ้นเข้ากับระบบได้อย่างมีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพ จะต้องทาการปรับปรุงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า ซึ่งแนวทางหนึ่งที่เป็นไปได้ก็คือการพัฒนาระบบ ไฟฟ้าให้เป็นระบบโครงข่ายที่มีความชาญฉลาดหรือที่เรียกว่าเป็นระบบ“สมารท์ กริด” (Smart Grid)

ควํามแตกต่างของระบบโครงข่ายไฟฟ้าปัจจุบันและระบบโครงข่ายสมําร์ทกริด

ระบบโครงข่ายไฟฟ้าในปัจจุบันมีวัตถุประสงค์การใช้งานหลัก คือ การส่งพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ไปยังผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพลังงานไฟฟ้าจะมีทิศทางการไหลของพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่เพียงทิศทางเดียว โดยที่ผู้ใช้ไฟฟ้ายังมีบทบาทในการผลิตไฟฟ้าที่จากัด รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของระบบไฟฟ้าระหว่าอปุ กรณ์ ต่างๆในระดับน้อยมาก และมีการทางานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์แบบอัตโนมัติอย่างจำกัด

ระบบโครงข่ายสมารท์ กริดในอนาคตจะสามารถทางานร่วมกับอุปกรณ์ตรวจวัด ประมวลผล ระบบอัตโนมัติและ สื่อสารข้อมูล พร้อมทั้งควบคุมทิศทางการไหลของพลังงานไฟฟ้าและข้อมูลสารสนเทศให้สามารถไหล ได้สอง ทิศทางและยังสามารถรองรับแหล่งไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจานวนมากที่กระจายอยทั่วไปรวมถึงการ รองรับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มจานวนมากขึ้นในอนาคต และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถบริหาร จัดการการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

นิยํามควํามหมํายของระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด

ปัจจุบันการกาหนดนิยามสาหรับระบบโครงข่ายสมารท์ กริดในหลายประเทศยังไม่มีนิยามที่ชัดเจนและใช้เป็น มาตรฐานสากลเดียวกันทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ประเทศส่วนใหญ่ที่ได้มีการดาเนินการพัฒนาเกี่ยวกับทางด้าน ระบบโครงข่ายสมารท์กริดมาบ้างแล้วต่างมีแนวคิดหลักในการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดที่มีทิศทางไป ในแนวเดียวกัน ดังนั้น ในการพัฒนาระบบโครงข่ายสมารท์ กริดโดยรวมจะสามารถให้ความหมายกว้างๆ ไดด้ังนี้คือ

“การพัฒนาให้ระบบไฟฟ้าสามารถตอบสนองต่อการทางานได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น หรือมีความสามารถมาก ขึ้นโดยใช้ทรัพยากรที่น้อยลง (Doing more with less) มีประสิทธิภาพมีความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย มีความ ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถทาให้เกิดขึ้นได้โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบสื่อสาร สารสนเทศ (ICT) ระบบเซนเซอร์ระบบเก็บข้อมูลและเทคโนโลยีทางด้านการควบคุมอัตโนมัติเพื่อทาให้ระบบ ไฟฟ้ากาลัง (Power grid) สามารถรับรู้ข้อมูลสถานะต่างๆ ในระบบมากขึ้นเพื่อใช้ในการตัดสินใจอย่างอัตโนมัติ ทั้งนี้ กระบวนการเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นทั่วทั้งระบบไฟฟ้าครอบคลุม ระบบผลิต ระบบส่ง ระบบจาหน่าย และ ระบบผู้ใช้ไฟฟ้า”


 

 

 

กลับ