ทำไมฝนตกแล้วไฟดับ? หาสาเหตุ พร้อมวิธีรับมือกรณีไฟดับฉบับฉุกเฉิน!
Key Takeaway
- ไฟดับคือสถานการณ์ที่ระบบจ่ายไฟฟ้าหยุดทำงานในพื้นที่หนึ่ง ทำให้ไม่สามารถแจกจ่ายไฟฟ้าไปยังผู้ใช้ได้ อาจเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย ภัยธรรมชาติ หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ
- ฝนตกหนักทำให้ความชื้นสูง ฟ้าผ่า หรือกิ่งไม้พัดลงมาโดนสายไฟ ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรหรืออุปกรณ์ป้องกันทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไฟดับบ่อยในช่วงฝนตก
- วิธีรับมือเมื่อฝนตกไฟดับ ให้เตรียมอุปกรณ์สำรองไฟ เช่น UPS หรือเครื่องปั่นไฟ ใช้ไฟฉายหรือเทียนให้แสงสว่าง ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและหลีกเลี่ยงการเปิดตู้เย็นบ่อย เพื่อลดความเสียหายและเพิ่มความปลอดภัย
- ฝนตกไฟดับแจ้งใคร? ฝนตกไฟดับควรแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เช่น การไฟฟ้านครหลวง (โทร 1130) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (โทร 1129) พร้อมแจ้งข้อมูลสถานที่ เวลา และเหตุการณ์เบื้องต้น
เมื่อฝนตกหนัก ฟ้าร้องฟ้าผ่า หลายคนคงเคยเจอกับเหตุการณ์ที่อยู่ดีๆ ไฟก็ดับโดยไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหยุดทำงาน อินเทอร์เน็ตหลุด หรือแม้แต่ธุรกิจต้องหยุดชะงัก บางครั้งไฟดับเพียงไม่กี่นาที แต่ในบางกรณีอาจกินเวลาหลายชั่วโมงหรือทั้งวัน
แล้วทำไมฝนตกไฟดับ? เหตุการณ์ “ฝนตก ไฟดับ” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย อาจเป็นเพราะในขณะที่ฝนตกค่าความชื้นในอากาศสูงขึ้น ส่งผลทำให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ หรือเกิดจากฟ้าผ่า ลมแรง โครงข่ายไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐาน
บทความนี้พามาทำความเข้าใจว่าทำไมฝนตกแล้วไฟตัด หรือเกิดฝนตกแล้วไฟตัด พร้อมวิธีรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแนะนำอุปกรณ์สำรองไฟที่เหมาะกับบ้าน ธุรกิจ และโรงงานให้คุณพร้อมใช้งานเสมอไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใด
เหตุผลหลัก ทำไมฝนตกแล้วไฟดับบ่อย?
หลายคนสงสัย ฝนตกไฟดับนานไหม? เช่น ถ้าเกิดสายไฟขาด สายหัก อาจเกิดไฟดับนาน 30 นาที – 2 ชั่วโมง หรือถ้าหม้อแปลงเสียก็อาจดับนานถึง 2 – 6 ชั่วโมง รวมถึงถ้าสถานีไฟฟ้าได้รับความเสียหายก็สามารถดับได้ถึง 6 ชั่วโมงขึ้นไปเลยทีเดียว มาดูกันว่าทำไมฝนตกแล้วไฟดับบ่อยๆ
- มีความชื้นในอากาศสูงตอนฝนตก เมื่อฝนตกความชื้นในอากาศจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ฉนวนไฟฟ้าต่างๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหากอุปกรณ์มีอายุการใช้งานนานหรือเสื่อมสภาพอยู่แล้ว ความชื้นจะซึมเข้าไปในอุปกรณ์ไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ระบบตัดวงจรทำงานและไฟดับในที่สุด
- ระบบไฟฟ้าเสียหายจากฟ้าผ่า ฝนตกมักมาพร้อมกับฟ้าร้องและฟ้าผ่า ฟ้าผ่าสามารถลงสู่เสาไฟฟ้าหรือหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นจุดสูงและเป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดี ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าสูงผิดปกติและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เสียหายได้รุนแรงจนไฟดับ
- ระบบไฟฟ้าเสียหายจากน้ำฝน น้ำฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องสามารถซึมเข้าไปในอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ข้อต่อ สวิตช์ หรือระบบไฟฟ้าใต้ดิน ทำให้ฉนวนไฟฟ้าเสียหาย เกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือฟิวส์ขาดได้ง่าย ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าขัดข้องและไฟดับตามมา
- หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดจากน้ำรั่ว น้ำฝนที่รั่วซึมเข้าไปในหม้อแปลงไฟฟ้า อาจทำให้ช็อตหรือเกิดความร้อนสะสมจนหม้อแปลงระเบิดได้ โดยเฉพาะหากหม้อแปลงมีอายุการใช้งานนานหรือไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้องและไฟดับทันที
- ลมแรงจนเกิดอุบัติเหตุ ลมแรงที่มากับฝนตกทำให้กิ่งไม้หรือวัตถุต่างๆ พัดไปพาดหรือหักทับสายไฟฟ้า ทำให้สายไฟขาดหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าเสียหายและไฟดับ
- สัตว์หนีน้ำฝนจนทำลายระบบไฟฟ้า สัตว์ต่างๆ เช่น หนู กระรอก อาจหนีน้ำฝนเข้าไปหลบในหม้อแปลงหรือจุดเชื่อมต่อไฟฟ้า ซึ่งอาจกัดทำลายสายไฟหรือทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนไฟดับได้
- อุบัติเหตุจากยานพาหนะ ถนนลื่นจากฝนตกทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้าได้ง่าย เมื่อเสาไฟฟ้าหักหรือสายไฟขาด จะทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้องและไฟดับได้
- โครงข่ายไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หากระบบไฟฟ้าไม่ได้รับการบำรุงรักษาหรือสร้างไม่ตรงตามมาตรฐาน เช่น มีจุดเชื่อมต่อหลวม มีออกไซด์สะสม หรือใช้วัสดุคุณภาพต่ำ เมื่อเกิดฝนตกหรือลมแรงจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือระบบไฟฟ้าขัดข้องได้ง่ายขึ้น
- การตัดไฟฟ้าของเจ้าหน้าที่ บางครั้งเจ้าหน้าที่จะตัดไฟเพื่อความปลอดภัยเมื่อตรวจพบว่ามีความเสี่ยง เช่น สายไฟขาด เสาไฟฟ้าหัก หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายจากฝนตกและพายุ เพื่อป้องกันอันตรายและเตรียมซ่อมแซมระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้
ฝนตกไฟดับ! มีวิธีรับมืออย่างไร
เมื่อเกิดเหตุฝนตกไฟดับ การเตรียมพร้อมและรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายได้มาก ทั้งกับชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายระหว่างรอไฟฟ้ากลับมาใช้งาน
1. ติดตั้งเครื่องสำรองไฟ UPS
การเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาไฟดับเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรติดตั้งเครื่องสำรองไฟ (UPS) หรือเครื่องปั่นไฟ สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เช่น คอมพิวเตอร์ ระบบรักษาความปลอดภัย หรืออุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์
ประโยชน์ของ UPS คือช่วยจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ชั่วคราว ทำให้มีเวลาเพียงพอในการบันทึกข้อมูล ปิดอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย และช่วยลดความเสียหายจากไฟกระชากหรือไฟดับกะทันหัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งบ้านพักอาศัย ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงโรงงาน หรือธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องพึ่งพาระบบคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
2. ทำให้อากาศภายในบ้านถ่ายเท
เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ การเปิดประตูหรือหน้าต่างเพื่อให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเทจะช่วยให้บ้านคลายความร้อนลงได้บ้าง แต่ควรระมัดระวังไม่ให้ฝนสาดเข้ามาภายในบ้าน การระบายอากาศที่ดีเช่นนี้จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายตัวขึ้น ไม่ร้อนอบอ้าว และลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากความร้อนสูง เช่น เป็นลมหรืออ่อนเพลีย
3. ใช้ไฟฉาย ไฟสำรอง หรือเทียน
การเตรียมไฟฉาย ไฟสำรอง หรือเทียนไข ไว้ใช้ยามฉุกเฉินเมื่อไฟฟ้าดับ โดยเฉพาะในเวลากลางคืนนั้นสำคัญมาก อุปกรณ์นี้จะช่วยให้สามารถมองเห็นและดำเนินกิจกรรมภายในบ้านได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการเดินชนสิ่งของในที่มืด อย่างไรก็ตาม หากเลือกใช้เทียนไข ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรวางเทียนในตำแหน่งที่เหมาะสมและห่างจากวัตถุไวไฟทุกชนิด เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัยที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายร้ายแรงได้
4. ปิดสวิตช์ ดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออก
เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งสำคัญคือต้องดึงปลั๊กออกจากเต้ารับทุกครั้ง การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันความเสียหายจากไฟกระชากเมื่อไฟฟ้ากลับมา แต่ยังช่วยป้องกันไฟฟ้ารั่วที่อาจเกิดขึ้นจากความชื้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน การดำเนินการง่ายๆ นี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าและ เพิ่มความปลอดภัยภายในบ้านได้มาก
5. หลีกเลี่ยงการเปิดใช้ตู้เย็น
เมื่อไฟดับ สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการเปิดตู้เย็นบ่อยๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในตู้เย็นให้คงที่ได้นานที่สุด ซึ่งช่วยยืดอายุความสดของอาหารและของแช่แข็ง ตู้เย็นที่ปิดสนิทสามารถเก็บความเย็นในช่องแช่เย็นได้นานถึง 4 ชั่วโมง และช่องแช่แข็งได้นานถึง 48 ชั่วโมงเลยทีเดียว วิธีนี้จะช่วยถนอมอาหารและลดความเสียหายจากอาหารเน่าเสียได้
ฝนตกไฟดับ ควรแจ้งใคร?
ฝนตกไฟดับแจ้งใคร? เมื่อเกิดเหตุฝนตกไฟดับ ผู้ใช้ไฟฟ้าควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ก่อนแจ้งขอให้เตรียมข้อมูลสำคัญ เช่น สถานที่เกิดเหตุ (บ้านเลขที่/ชื่อหมู่บ้าน/ซอย/ถนน) เวลาที่ไฟดับ และเหตุการณ์เบื้องต้น เช่น มีเสียงระเบิด สายไฟขาด เสาไฟฟ้าล้ม หรือมีสัตว์โดนสายไฟ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
- ติดต่อ MEA Call Center โทร 1130 ตลอด 24 ชั่วโมง
- แอปพลิเคชัน MEA Smart Life Application
- เว็บไซต์ www.mea.or.th รับแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องและสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
- ติดต่อ PEA Contact Center โทร 1129 ตลอด 24 ชั่วโมง
- แอปพลิเคชัน PEA Smart Plus Application สำหรับแจ้งเหตุและตรวจสอบสถานะการแจ้งซ่อม
- เว็บไซต์ www.pea.co.th สามารถแจ้งเหตุและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ฝนตกไฟดับ เลือกติดตั้ง UPS หรือเครื่องปั่นไฟดี?
ควรเลือก UPS หากต้องการปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อนและต้องการไฟสำรองทันที ส่วนเครื่องปั่นไฟเหมาะสำหรับกรณีที่ไฟดับนานหรือต้องการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่และหลายเครื่องพร้อมกัน หากต้องการความมั่นใจและมีงบประมาณเพียงพอ อาจเลือกใช้ทั้งสองระบบควบคู่กันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
สรุป
ฝนตกไฟดับ คือภาวะที่ไฟฟ้าไม่สามารถจ่ายไปยังผู้ใช้งานได้ มักเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย ภัยธรรมชาติ หรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนัก ความชื้นสูง ฟ้าผ่า หรือกิ่งไม้พัดโดนสายไฟ ล้วนเป็นสาเหตุให้ไฟฟ้าลัดวงจรและไฟดับได้บ่อยครั้ง หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ควรเตรียมอุปกรณ์สำรองไฟ เช่น UPS หรือ เครื่องปั่นไฟ และใช้ไฟฉายหรือเทียนเพื่อให้แสงสว่าง พร้อมถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าและหลีกเลี่ยงการเปิดตู้เย็นบ่อยๆ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
เพื่อแก้ปัญหาฝนตกไฟดับ ควรเลือก UPS หรือเครื่องปั่นไฟจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีการรับรอง ราคาสมเหตุสมผล ทั้งยังมีบริการหลังการขายที่ดี แนะนำเลือกเครื่องปั่นไฟจาก Chuphotic ผู้นำด้านเครื่องสำรองไฟ มาตรฐานอันดับ 1 ในตลาดอาเซียน บริการรับ-ส่งเครื่อง พร้อมซ่อมฟรีทั่วประเทศ!

