fbpx

ไฟมาไม่เต็มเฟส ที่ทำให้ไฟดับและไฟตก เกิดจากอะไร แก้ไขได้หรือไม่?

  • Home
  • เกร็ดความรู้
  • ไฟมาไม่เต็มเฟส ที่ทำให้ไฟดับและไฟตก เกิดจากอะไร แก้ไขได้หรือไม่?
ไฟมาไม่เต็มเฟส ที่ทำให้ไฟดับและไฟตก เกิดจากอะไร แก้ไขได้หรือไม่?

ไฟมาไม่เต็มเฟส ที่ทำให้ไฟดับและไฟตก เกิดจากอะไร แก้ไขได้หรือไม่?

กรณีปัญหาไฟมาไม่เต็มเฟส ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟดับและไฟตก มักพบได้ในสถานที่ที่ห่างไกลจากสถานีจ่ายไฟ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ไฟมาไม่เต็มเฟส ซึ่งหากไม่รีบแก้ไขก็อาจจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่พังหรือเสียหายได้

เฟสไฟฟ้า (Phase in Electricity) คืออะไร

เฟสไฟฟ้า (Phase in Electricity) คืออะไร

เฟสไฟฟ้า (Phase in Electricity) คือ กระแสไฟฟ้า หรือแรงดันไฟฟ้า ระหว่างสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน และสายนิวทรัลที่เป็นสายสื่อกลาง และไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน โดยเฟสไฟฟ้า มีหน้าที่กระจายกระแสไฟฟ้าจากสายไฟ เพื่อเข้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้

สำหรับพลังงานไฟฟ้าก็มีทั้งไฟฟ้า 1 และไฟฟ้า 3 เฟส ซึ่งเฟสไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภทนี้ ก็มีความแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังนี้

ไฟฟ้า 1 เฟส

ลักษณะของไฟฟ้า 1 เฟส หรือไฟฟ้าเฟสเดียว คือ จะประกอบไปด้วยสายไฟทั้งหมด 2 เส้น ได้แก่ สายไฟหรือสายเฟส จำนวน 1 เส้น และสายนิวทรัล หรือ สายไฟที่เป็นกลาง จำนวน 1 เส้น จุดเด่นของไฟฟ้า 1 เฟส คือ นิยมติดตั้งสำหรับใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเป็นส่วนใหญ่

เนื่องจากมีแรงดันของไฟฟ้า 1 เฟส มีแรงดันไฟฟ้าอยู่เพียง 230 โวลต์ และมีความถี่ประมาณ 50 เฮิรตซ์ จึงทำให้บทบาทของไฟฟ้า 1 เฟสในปัจจุบัน เป็นที่นิยมสำหรับติดตั้งเพื่อใช้งานที่บ้าน หรือที่พักอาศัยทั่วไป ที่ไม่มีการใช้งานไฟฟ้าในปริมาณมาก เช่น โทรทัศน์ พัดลม เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และอื่นๆ เป็นต้น

ข้อดี

  • การเชื่อมต่อไฟฟ้า 1 เฟส มักจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่ใช้กำลังไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยในการทำงาน เช่น โทรทัศน์ พัดลม ตู้เย็น หลอดไฟ เป็นต้น
  • เนื่องจากไฟฟ้า 1 เฟส มีกำลังไฟเพียงแค่ 230 โวลต์ ทำให้มั่นใจได้ว่า การทำงานของระบบไฟฟ้า จะเต็มไปด้วยกำลังไฟที่เหมาะสมกับการใช้งาน และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่จะทำให้การใช้งาน มีประสิทธิภาพ
  • ในการขอติดตั้งไฟฟ้า 1 เฟส ก็ทำได้ง่ายๆ และทำได้สะดวก รวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ก็ประหยัดมากกว่า
  • ระบบไฟฟ้า 1 เฟส สามารถทำงานร่วมกับมอเตอร์กำลังสูงสุด 5 แรงม้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีตู้ยูนิต ที่ขนาดกะทัดรัด และมีน้ำหนักเบา จึงง่ายต่อการติดตั้ง
  • การทำงานของระบบไฟฟ้า 1 เฟส นั้นเรียบง่าย หากกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านสายไฟ มีแรงดันไฟฟ้าที่สูงกว่าปกติ ก็สามารถลงแรงดันไฟฟ้าให้กลับมาเป็นปกติได้

ข้อเสีย

  • ไม่สามารถนำระบบไฟฟ้า 1 เฟส ไปติดตั้ง หรือใช้งานกับการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเครื่องจักรที่ทำงานตลอดเวลาได้ เพราะแรงดันไฟฟ้าที่มีอยู่ อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในการใช้งาน
  • หากมีมอเตอร์ขนาดเล็ก ที่มีขนาดน้อยกว่า 1 กิโลวัตต์ ก็จะไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้า 1 เฟสได้ เนื่องจากมอเตอร์ขนาดเล็ก จะมีแรงบิดที่ไม่มากพอสำหรับการทำงาน จึงทำให้ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมอย่าง มอเตอร์สตาร์ท เพื่อให้มอเตอร์ทำงานได้อย่างราบรื่นนั่นเอง

ไฟฟ้า 3 เฟส

ลักษณะของไฟฟ้า 3 เฟส คือ ระบบไฟฟ้าที่ประกอบไปด้วยสายไฟทั้งหมด 4 เส้น ได้แก่ สายไฟหรือสายเฟส จำนวน 3 เส้น และสายนิวทรัล หรือ สายไฟที่เป็นกลาง จำนวน 1 เส้น โดยแต่ละมุมของระบบไฟฟ้า 3 เฟส ก็จะมีระยะห่างที่เท่ากันของทั้ง 3 เฟส ประมาณ 120 องศาอีกด้วย และเนื่องจากระบบไฟฟ้า 3 เฟส มีทั้งหมด 4 เส้น จึงทำให้มีชื่อ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไฟ 3 เฟส 4 สาย และมีจุดเด่น เรื่องแรงดันไฟฟ้าที่มากกว่าระบบไฟฟ้า 1 เฟสถึง 3 เท่า

เนื่องจากมีแรงดันของไฟฟ้า 3 เฟส มีแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ 380-400 โวลท์ และ 220-230 โวลท์ และมีความถี่ที่ 50Hz จึงทำให้บทบาทของไฟฟ้า 3 เฟสในปัจจุบัน กลายเป็นระบบไฟฟ้าที่นิยมติดตั้งสำหรับโรงงานที่มีเครื่องจักร งานอุตสาหกรรมต่างๆ หรือระบบพาณิชย์ ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น

ข้อดี

  • ในการทำงานของระบบไฟฟ้า 3 เฟส ไม่จำเป็นต้องทำงานร่วมกันกับสตาร์ทเตอร์ เนื่องจากไฟฟ้า 3 เฟส มีกำลังไฟฟ้าที่มีแรงบิดที่เพียงพอต่อการใช้งาน
  • เนื่องจากระบบอุตสาหกรรม หรือการทำงานของเครื่องจักร จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ดังนั้น การติดตั้งระบบไฟฟ้า 3 เฟส ก็สามารถช่วยเหลือการทำงานตรงนี้ และช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานได้อีกด้วย
  • เมื่อจำนวนระบบสำหรับจ่ายพลังงานไฟฟ้ามีเพิ่มมากขึ้น แรงดันไฟฟ้าก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้หมดปัญหาเรื่องไฟดับ ไฟตก หรือไฟกระชากได้
  • หากมองในระยะยาวการตั้งติดระบบไฟฟ้า 3 เฟส จะได้ความประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องไฟฟ้าที่มากกว่าระบบไฟฟ้าเฟสเดียว

ข้อเสีย

  • เส้นฉนวนจะแตกต่างกันออกไปตามแรงดันไฟฟ้า และขนาดของสายไฟขึ้นอยู่กับการกระจาย กำลังของไฟฟ้า ทำให้การติดตั้งระบบไฟฟ้า 3 เฟส อาจต้องใช้ต้นทุนที่สูงในการติดตั้ง
  • เนื่องจากระบบไฟฟ้า 3 เฟส ไม่สามารถรับมือกับการทำงานโอเวอร์โหลดได้ หากไฟมาไม่ครบ 3 เฟส จะทำให้เกิดปัญหาไฟดับ ไฟตก ไฟกระชาก ที่อาจส่งผลต่ออุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่ใช้ในการทำงานได้ และหากอุปกรณ์เสียหาย ก็จะเกิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงกว่าปกติ เพราะว่าต้นทุนของเครื่องจักรเหล่านี้ก็มีต้นทุนที่สูงมากเช่นกัน
ไฟฟ้า 1 เฟส และไฟฟ้า 3 เฟส ต่างกันอย่างไร

ไฟฟ้า 1 เฟส และไฟฟ้า 3 เฟส ต่างกันอย่างไร

ถึงแม้พลังงานไฟจะมีทั้งไฟฟ้า 1 และไฟฟ้า 3 เฟส แต่พลังงานไฟฟ้าทั้งสองก็มีความแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังต่อไปนี้

  • การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า 1 เฟส จะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสายไฟ หรือสายเฟส เพียงเส้นเดียว ต่างจากการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า 3 เฟส ที่จะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสายไฟ หรือสายเฟส ถึง 3 เส้นเลยทีเดียว
  • ระบบไฟฟ้า 1 เฟส มีแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 230 โวลต์ แต่สำหรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส จะให้แรงดันไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 415 โวลต์
  • การเชื่อมต่อไฟฟ้า 1 เฟส จะประกอบด้วยสายไฟทั้งหมด 2 เส้น ได้แก่ สายนิวทรอล จำนวน 1 เส้น และสายเฟส จำนวน 1 เส้น ในขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อไฟฟ้า 3 เฟส จะประกอบด้วยสายไฟทั้งหมด 4 เส้น ได้แก่ สายนิวทรอล จำนวน 1 เส้น และสายเฟส จำนวน 3 เส้น เพื่อทำให้วงจรสมบูรณ์
  • เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างไฟฟ้า 1 เฟส กับไฟฟ้า 3 เฟส กำลังไฟสูงสุดจะถูกส่งผ่านการเชื่อมต่อของระบบไฟฟ้า 3 เฟสมากกว่า
  • ระบบไฟฟ้า 1 เฟส จะมีสายไฟเพียงเฟสเดียวในการทำงาน ทำให้หากเกิดปัญหากับแหล่งจ่ายไฟ เช่น ไฟตก ไฟดับ หรือไฟกระชาก ก็จะทำให้เกิดปัญหาหรือความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อได้ ต่างจาก ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ที่ยังมีสายไฟเฟสอื่นๆ ที่รองรับและจ่ายไฟอยู่ตลอดเวลา
  • สำหรับประสิทธิภาพการทำงาน การเชื่อมต่อไฟฟ้า 1 เฟส นั้นมีประสิทธิภาพน้อยกว่า การเชื่อมต่อไฟฟ้า 3 เฟส เนื่องจากไฟ 3 เฟส ต้องการตัวนำไฟฟ้าน้อยกว่า ไฟฟ้า 1 เฟส

สาเหตุที่ทำให้ไฟมาไม่เต็มเฟส

ระยะทางจากบ้าน ไปยังสถานีจ่ายไฟฟ้าเป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้ไฟมาไม่เต็มเฟส เพราะต้องลากสายไฟยาวกว่าปกติ อาจจะทำให้แรงดันไฟฟ้าตกลง รวมถึงปัญหาไฟมาไม่เต็มเฟส อาจเกิดจากการไฟฟ้า ที่จ่ายแรงดันไฟฟ้า ที่มีค่าค่ำกว่า 5% หรือ 220 โวลต์ ไปยังที่อยู่อาศัย ทำให้เกิดปัญหาไฟไม่เต็มเฟส จนไฟตกหรือไฟดับ และส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทำงานผิดปกติ

วิธีรับมือกับปัญหาบ้านไฟดับหลังเดียว

ไฟมาไม่เต็มเฟสส่งผลเสียอย่างไรบ้าง

การที่ไฟฟ้ามาไม่เต็มเฟส หากไม่รีบหาวิธีป้องกันและแก้ไข ก็อาจจะส่งผลเสียต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในระยะยาวได้เช่นกัน ซึ่งผลเสียมีดังนี้

เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทอาจช็อตเสียได้

หากเกิดเหตุการณ์ไฟมาไม่เต็มเฟส แน่นอนว่า ส่งผลเสียให้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทช็อตเสียหายได้ เพราะจะทำให้แรงดันไฟฟ้าเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดความเสียหายได้ ซึ่งหากเกิดบ่อยๆ จะส่งผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้พังไวขึ้นกว่าเดิมได้

เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ในการทำงานร่วมด้วยอย่าง เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น หรือพัดลม เป็นต้น

ส่งผลกระทบต่อสมาชิกภายในบ้าน

กรณีไฟมาไม่เต็มเฟส นอกจากจะส่งผลต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสมาชิกภายในบ้านด้วย เนื่องจากไฟมาไม่เต็มเฟสจะทำให้ไฟตก ไฟดับ ไฟกระชากได้ ทำให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ 

เช่น บ้านในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องการแสงสว่าง เพื่อความอุ่นใจการอยู่อาศัย บ้านที่ต้องใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ในการทำงาน บ้านที่มีผู้ป่วยติด เตียงที่ต้องใช้เครื่องมือแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง หรือบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ที่ต้องให้ความอบอุ่น ให้แสงสว่างอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากเกิดไฟมาไม่เต็มเฟสบ่อยๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อสมาชิกภายในบ้าน และร้ายแรงที่สุดก็อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้เช่นกัน

ไฟฟ้าภายในบ้านไม่เสถียร

แน่นอนว่า กรณีไฟมาไม่เต็มเฟส สามารถส่งผลให้ไฟฟ้าภายในบ้านไม่เสถียร ทำให้เกิดไฟตก ไฟดับ ไฟกระชาก หรือไฟมาไม่เต็มกำลัง จนทำให้ไม่สามารถใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างที่จำเป็นได้

เช่น ส่งผลต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ทำให้ไฟล์งานเสียหาย หรือข้อมูลสูญหาย จนถึงทำให้อุปกรณ์อาจเกิดการช็อตเสียหายได้ และสามารถเกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ภายในบ้านได้ด้วย

วิธีแก้ไขไฟมาไม่เต็มเฟส ด้วยการติดตั้งเครื่องสำรองไฟ

วิธีแก้ไขไฟมาไม่เต็มเฟส ด้วยการติดตั้งเครื่องสำรองไฟ

สุดท้ายแล้วเราก็ไม่สามารถย้ายบ้านให้ใกล้กับสถานีจ่ายไฟได้ ดังนั้นการเลือกติดตั้งเครื่องสำรองไฟจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเครื่องสำรองไฟฟ้า ก็เป็นเครื่องที่จะช่วยเก็บสำรองพลังงานไฟฟ้า ซึ่งหากเกิดไฟดับหรือไฟตก ก็จะยังมีไฟฟ้าใช้ได้อย่างต่อเนื่อง และใช้งานได้เป็นปกติ

ทำให้เมื่อที่บ้านมีเครื่องสำรองไฟ ก็จะแก้ไขปัญหาไฟมาไม่เต็มเฟสได้ ดังนั้น ปัญหาไฟดับ ไฟตก ก็จะหมดไปจากบ้านเรา

สรุป

สาเหตุของไฟมาไม่เต็มเฟส ปัญหาหลักคือเรื่องของระยะทาง เพราะหากบ้านพักอยู่ไกลกับสถานีจ่ายไฟ จะทำให้มีโอกาสเกิดปัญหาไฟตก ไฟดับได้บ่อย แต่ไม่ต้องกลุ้มใจ หากบ้านไหนเจอปัญหานี้อยู่สามารถมาปรึกษา กับทาง Chuphotic ได้ เพราะเรามีเครื่องสำรองไฟที่ได้มาตรฐานรวมถึงให้คำแนะนำก่อนซื้อ นอกจากนี้ยังมีประกันการใช้งานของทุกอุปกรณ์ พร้อมมีบริการดูแลหลังการขายเช่นกัน

Leave A Reply