Showing 1–9 of 49 results

เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) คืออะไร?

เครื่องสำรองไฟฟ้า หรือที่เราคุ้นหูว่า UPS ย่อมาจาก Uninterruptible Power Supply มีหน้าที่พื้นฐานสำคัญสามประการด้วยกันได้แก่ เป็นแบตเตอรี่สำรองสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก และ เป็นอินเวอร์เตอร์ให้กับอุปกรณ์ของคุณที่คุณเชื่อมต่อ ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ เกิดความผันผวน หรือมีสิ่งรบกวนอื่นๆ เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) จะช่วยป้องกันไฟฟ้ากระชาก ลดความถี่/ความแปรผัน  และความผิดเพี้ยนของฮาร์โมนิกให้แก่อุปกรณ์ของคุณ

ทำไมคุณต้องมี UPS

เหตุผลที่คุณควรมีเครื่องสำรองไฟ (UPS) ก็เพราะว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มักจะมีราคาแพงไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนบุคคล และยิ่งกว่านั้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับอุตสาหกรรมและการใช้งานสำหรับสำนักงานยิ่งมีราคาแพงและส่งผลต่อธุรกิจ เพราะฉะนั้นคุณควรพิจารณาความเสี่ยงในการเกิดเหตุไม่คาดฝันเอาไว้เสมอ UPS จึงเป็นโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสำหรับอุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย คอมพิวเตอร์ ทีวี เครื่องเล่นเกม เซิร์ฟเวอร์ และสิ่งอื่นใดที่เสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้ามาตรฐาน

ทราบหรือไม่ว่าแรงดันไฟฟ้าที่เกิดการกระชากสามารถสร้างความเสียหายให้กับฮาร์ดแวร์ที่เสียบอยู่ได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีก็ตาม ไฟฟ้าส่วนเกินจะทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณเกิดความร้อนสูงเกินไป สายไฟขาดและแตกหัก แผงวงจรเกิดการขัดข้อง และส่งผลต่อส่วนประกอบทางไฟฟ้าแทบทั้งหมด

ปัญหาด้านพลังงานทั่วไปหลายประการที่ UPS สามารถช่วยป้องกันคุณได้

  • ไฟดับ : ปัญหาไฟดับเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยมากที่สุด เมื่อไฟดับเราจะเสียแหล่งจ่ายไฟทั้งหมดไป อาจเกิดจากปัญหาด้านสาธารณูปโภคขัดข้อง ภัยธรรมชาติ หรือความผิดพลาดของมนุษย์สิ่งส่งผลให้ไฟดับตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงหลายชั่วโมง
  • ไฟกระชาก : การเกิดไฟฟ้ากระชากแม้จะเกิดเพียงชั่วเวลาสั้นๆ แต่มีความรุนแรงจะสร้างความเสียหายอย่างมากต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งส่วนของแผงวงจรและส่วนประกอบ ปัญหานี้โดยส่วนมากจะเกิดจากฟ้าผ่า
  • แรงดันไฟเกิน : แรงดันไฟฟ้าสูงกว่าขีดจำกันของระบบ
  • ความผันผวนของความถี่ : เกิดความแปรผันระยะสั้นของระดับแรงดัน
  • เกิดสัญญาณรบกวน : เกิดสัญญาณไฟฟ้าที่ไม่พึ่งประสงค์ที่เข้ามารบกวนหรือบิดเบือนสัญญาณ

ประเภทของเครื่องสำรองไฟบ้าน UPS

ระบบ UPS มีด้วยกัน 3 ประเภทได้แก่

1.Standby UPS

Standby UPS หรือที่เรียกว่าเครื่องสำรองไฟฟ้าแบบออฟไลน์ เป็นเครื่องสำรองไฟที่มีราคาถูกที่สุดในทุกประเภท หลักการใช้งานหลังงานทั้งหมดที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะได้รับพลังงานโดยตรงผ่าน Input Power โดยที่ตัวอุปกรณ์อิเล้กทรอนิกส์จะได้รับพลังงานจาก Standby UPS เมื่่อเกิดเหตุไฟดับเท่านั้น

 2.UPS แบบ Line Interactive

 Line Interactive UPS เป็นเครื่องสำรองไฟที่เป็นเวอร์ชั่นที่อัพเกรดจากแบบ Standby โดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ ระบบป้องกันแรงดันไฟฟ้าสูงหรือต่ำอัตโนมัติ (Stabilizer) ที่จะเข้ามาเชื่อมต่อกับตัว Output ตลอดเวลาเพื่อป้องกันปัญหาทางระบบไฟฟ้า ช่วยให้ UPS ไม่จำเป็นต้องจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองจากแบตเตอรี่ทุกครั้งที่ไฟตกหรือไฟเกินไม่มากนัก

3.True Online UPS (Double Conversion)

True Online UPS  เครื่องสำรองไฟฟ้าประเภทนี้จะสามารถป้องกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณได้ดีที่สุดและมีราคาสูงสุดด้วยเช่นกัน ในการทำงานเครื่องประจุไฟฟ้า และเครื่องแปลงงกระแสไฟฟ้าจะทำงานตลอดเวลา สำหรับการใช้งานระบบจะทำการแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ให้เป็นกระแสตรง (DC) ทำให้ในช่วงที่ไฟฟ้าดับ ไฟตก หรือไฟกระชาก จะไม่ส่งผลกระทบกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และไม่เกิดระยะเวลาดีเลย์ 

3 วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสำรองไฟฟ้า UPS

หลังจากที่คุณได้พิจารณาเลือกซื้อตัวสำรองไฟแล้วคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าประสิทธิภาพการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในหัวข้อนี้เราขอแนะนำ 3 วิธีในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ UPS ให้ได้สูงที่สุด

ก่อนอื่นเมื่อคุณได้เลือกซื้อตัวสำรองไฟแล้วอย่าลืมลงทะเบียนประกันเครื่อง UPS ของคุณให้เรียบร้อย เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของในกรณีที่เครื่องสูญหายและการให้การสนับสนุนด้านเทคนิค 

1.รักษาระบบ UPS ของคุณในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม

สำหรับการเตรียมสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงระบบสำรองไฟฟ้าควรเตรียมพื้นที่ให้ เย็น และสะอาด คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นสถานที่ควรมีอากาศเย็น และปราศจากความชื้น มีการไหลเวียนของอากาศและการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม อย่าวาง UPS ของคุณไว้ใกล้หน้าต่างที่เปิดอยู่หรือใกล้บริเวณที่มีความชื้นและฝุ่นละอองสูง

  • ระบบ UPS ควรอยู่ที่อุณหภูมิระหว่าง 20 – 25 องศาเซลเซียส
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการไหลเวียนของอากาศที่เหมาะสม จัดตำแหน่งระบบ UPSไม่ให้ช่องระบายอากาศถูกปิดกั้น ตรวจสอบช่องระบายอากาศเป็นระยะ ทำความสะอาดขจัดฝุ่น และสิ่งสกปรกที่ติดอยู่
  • ตรวจสอบให้แนะใจว่าแบตเตอรี่ของคุณชาร์จจนเต็มเสมอโดยเสียบปลั๊กระบบ UPS ของคุณ ทำการทดสอบรันไทม์เป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่ามีการทำงานที่เหมาะสมที่สุด

2.คำนวณรันไทม์ขั้นต่ำเพื่อให้แน่ใจว่าปิดเครื่องได้อย่างปลอดภัย

คำถามสำคัญในการใช้งานระบบ UPS คือ คุณต้องการเวลานานแค่ไหนในการบันทึกข้อมูลสำคัญและปิดอุปกรณ์ลงอย่างปลอดภัย การกำหนดรันไทม์ที่คุณต้องการทำได้โดยการทดสอบการใช้พลังงานโดยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ของคุณกับระบบ UPS จากนั้น

3.ติดตั้งระบบแจ้งเตือน

หากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณมีความสำคัญต่อการทำงาน คุณสามารถติดตั้งระบบแจ้งเตือนเกี่ยวกับพลังงานของระบบ UPS ด้วยการติดตั้งระบบแจ้งเตือนทั้งการมองเห็นและแจ้งเตือนด้วยเสียง

  • Visible Alerts : ติดตั้งไฟ LED และจอ LCD เพื่อแสดงสถานะของ UPS รวมถึงแจ้งเตือนปัญหาที่อาจะเกิดขึ้น
  • เสียงเตือน : ระบบ UPS บางรุ่นมีระบบเสียงเพื่อแจ้งเตือนให้คุณทราบถึงสถานะต่างๆได้ เช่น แจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำ และ โอเวอร์โหลด