ไฟฟ้าดับแจ้งได้ที่ไหน? รวมช่องทางแจ้งเหตุ พร้อมวิธีรับมือเบื้องต้น

  • Home
  • เกร็ดความรู้
  • ไฟฟ้าดับแจ้งได้ที่ไหน? รวมช่องทางแจ้งเหตุ พร้อมวิธีรับมือเบื้องต้น
ไฟฟ้าดับแจ้งได้ที่ไหน? รวมช่องทางแจ้งเหตุ พร้อมวิธีรับมือเบื้องต้น

ไฟฟ้าดับแจ้งได้ที่ไหน? รวมช่องทางแจ้งเหตุ พร้อมวิธีรับมือเบื้องต้น

ไฟฟ้าดับแจ้งได้ที่ไหน? รวมช่องทางแจ้งเหตุ พร้อมวิธีรับมือเบื้องต้น

Key Takeaway

สาเหตุไฟฟ้าดับ มีได้ตั้งแต่ภัยธรรมชาติ ไฟฟ้าลัดวงจร สัตว์หรือสิ่งแปลกปลอมสัมผัสอุปกรณ์ ไปจนถึงอุบัติเหตุและการตัดกระแสไฟเพื่อซ่อมบำรุง

ไฟฟ้าดับควรแจ้งหน่วยงานการไฟฟ้าที่รับผิดชอบพื้นที่ โดยแบ่งหลักๆ เป็น MEA สำหรับกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ และ PEA สำหรับพื้นที่ 74 จังหวัดที่เหลือ

สิ่งที่ควรทำเมื่อไฟดับ ได้แก่ ปิดและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เตรียมไฟฉายหรือไฟฉุกเฉิน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าหากบริเวณนั้นเปียกน้ำ

สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อไฟดับ ได้แก่ ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง อุปกรณ์สื่อสาร และเครื่องสำรองไฟ UPS สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องทำงานต่อเนื่องหรือมีข้อมูลสำคัญ

เมื่อเกิดไฟฟ้าดับหรือไฟตก หลายคนอาจไม่รู้ว่าต้อง ไฟดับแจ้งที่ไหน และควรจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างไร เพราะนอกจากจะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังอาจส่งผลต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อกระแสไฟกลับมาอีกด้วย บทความนี้จึงรวบรวมช่องทาง ไฟฟ้าดับแจ้งออนไลน์ วิธีตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น รวมถึงแนวทางรับมืออย่างปลอดภัยระหว่างรอไฟกลับมา พร้อมแนะนำสิ่งที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้า

ไฟดับเกิดจากสาเหตุอะไร

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvin

ไฟดับเกิดจากสาเหตุอะไร

ไฟฟ้าดับสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งเหตุที่ควบคุมไม่ได้และปัญหาที่เกิดจากระบบไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • ภัยธรรมชาติ ฝนตกหนัก พายุ ลมแรง ฟ้าผ่า หรือน้ำท่วม อาจสร้างความเสียหายต่อเสาไฟ สายไฟ และระบบจำหน่ายไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้าขัดข้องหรือจำเป็นต้องตัดกระแสไฟเพื่อความปลอดภัย
  • ไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อสายไฟหรืออุปกรณ์เกิดความผิดปกติจนมีกระแสไฟไหลในเส้นทางที่ไม่ควรเกิด ระบบป้องกันอาจตัดกระแสไฟเพื่อป้องกันความเสียหายและอันตราย
  • สัตว์เกาะเสาไฟ สัตว์ เช่น งู นก หรือกระรอก อาจสัมผัสสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าพร้อมกันจนทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไฟฟ้าดับในพื้นที่
  • สภาพแวดล้อม ต้นไม้หรือกิ่งไม้พาดสายไฟ วัตถุปลิวมากระทบสายไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ระบบจำหน่ายไฟฟ้าขัดข้องได้
  • อุบัติเหตุ เช่น รถชนเสาไฟ การก่อสร้างหรือการขุดเจาะที่กระทบระบบไฟฟ้า อาจทำให้สายไฟหรืออุปกรณ์ได้รับความเสียหายและเกิดไฟดับ
  • มีการตัดกระแสไฟฟ้า บางกรณีการไฟฟ้าอาจหยุดจ่ายไฟชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือปรับปรุงระบบ ซึ่งมักมีการประกาศแจ้งให้ผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ทราบล่วงหน้า

ไฟตกกับไฟดับ ต่างกันอย่างไร?

แม้จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ไฟตกและไฟดับ มีลักษณะและผลกระทบต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าแตกต่างกัน

ไฟดับ คือภาวะที่กระแสไฟฟ้าหยุดจ่าย ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่สามารถทำงานได้ ส่วนไฟตก เกิดจากภาวะที่แรงดันไฟฟ้าต่ำกว่าระดับปกติ ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดทำงานผิดปกติ เช่น ไฟกะพริบ มอเตอร์ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หยุดทำงาน

หากเกิดไฟตกหรือไฟกระชากซ้ำๆ ควรให้ความสำคัญกับการป้องกันอุปกรณ์ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และอุปกรณ์ที่มีข้อมูลสำคัญ

ไฟฟ้าดับต้องแจ้งใคร และแจ้งได้ที่ไหน?

ไฟฟ้าดับต้องแจ้งใคร และแจ้งได้ที่ไหน?

หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้เกิดจากเบรกเกอร์หรือระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ควรติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่โดยตรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและแก้ไขปัญหา

โทรแจ้งไฟดับได้กับใคร?

ไฟฟ้าดับแจ้งที่ไหนและแจ้งกับใคร? สิ่งที่ต้องทำคือการติดต่อไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบการไฟฟ้าในจังหวัดที่อาศัยอยู่ โดยสามารถแบ่งหน่วยงานรับผิดชอบหลักตามพื้นที่ได้ดังนี้

 

  • การไฟฟ้านครหลวง (กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ) เบอร์ 1130
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (จังหวัดอื่นๆ) เบอร์ 1129

วิธีแจ้ง

เมื่อโทรหรือแจ้งเหตุ ควรเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ระบุตำแหน่งและตรวจสอบเหตุได้รวดเร็วขึ้น เช่น

  • หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า 12 หลัก (จากใบแจ้งค่าไฟ)
  • ชื่อ-นามสกุลผู้แจ้ง 
  • หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
  • จุดเกิดเหตุ จุดสังเกต
  • วันและเวลาที่ไฟฟ้าดับ
  • ลักษณะของไฟฟ้าที่ดับ

ไฟฟ้าดับแจ้งออนไลน์ที่ไหน?

หากไฟฟ้าดับแจ้งออนไลน์ได้ที่ไหน? เมื่อเกิดไฟดับในพื้นที่ของคุณ สิ่งที่สำคัญคือการติดต่อไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบการไฟฟ้าในจังหวัดที่อาศัยอยู่ เพื่อให้ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันสามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันต่างๆ ที่สะดวกและรวดเร็ว ดังนี้

แจ้งไฟฟ้าดับออนไลน์กับการไฟฟ้านครหลวง

พบเห็นไฟฟ้าสาธารณะดับ ไฟฟ้าตก หรือไฟฟ้าขัดข้องในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและรวดเร็ว 24 ชั่วโมง โดยสามารถติดต่อได้ที่

นอกจากนี้ยังมี MEA Smart Life Application (iOS / Android) ซึ่งมีฟังก์ชันที่สะดวกและรวดเร็ว ดังนี้

  • ฟังก์ชันแจ้งไฟฟ้าขัดข้อง
  • ยืนยันการแจ้งเหตุไฟฟ้าดับ
  • ถ่ายรูปสถานที่จริงเพื่อแจ้งเหตุได้ทันที

แจ้งไฟฟ้าดับออนไลน์กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ PEA สามารถใช้ PEA Smart Plus  (iOS / Android) เพื่อเข้าถึงบริการต่างๆ รวมถึงติดตามข้อมูลด้านไฟฟ้าและการแจ้งเหตุ โดย PEA ยังมีช่องทาง 1129 PEA Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง Live Chat และ LINE Official Account สำหรับติดต่อสอบถาม

  • เปิดแอป PEA Smart Plus และเข้าสู่ระบบ
  • เลือกบริการที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง
  • ระบุข้อมูลสถานที่และรายละเอียดปัญหา
  • ส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดไฟดับ

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดไฟดับ

ไฟดับควรทำอย่างไร? เมื่อเกิดไฟดับ ควรตั้งสติและจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเตรียมความพร้อมระหว่างรอไฟกลับมา ดังนี้

รีบปิดและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด

เมื่อเกิดไฟดับ ควรปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออก โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากไฟกระชากเมื่อกระแสไฟกลับมา ให้ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กเมื่อเกิดไฟตก รวมถึงการใช้ UPS กับอุปกรณ์สำคัญ เช่น คอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์ 

หากเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องทำงานต่อเนื่อง ไม่ควรถอดปลั๊กทันทีโดยไม่คำนึงถึงการใช้งาน เช่น อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหรือระบบรักษาความปลอดภัย ควรใช้งานร่วมกับ UPS ที่เหมาะสม เพื่อให้มีเวลาบันทึกข้อมูลและปิดอุปกรณ์อย่างถูกต้อง

เตรียมอุปกรณ์ให้แสงสว่าง

ควรเตรียมไฟฉาย โคมไฟฉุกเฉิน หรือไฟที่ใช้แบตเตอรี่ไว้ในบริเวณที่หยิบใช้งานได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณทางเดิน บันได และห้องนอน เพื่อป้องกันการสะดุดหรือล้มในช่วงที่มองเห็นไม่ชัดเจน รวมถึงควรเตรียมอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เช่น ไฟฉายหรือเทียนเมื่อเกิดไฟดับ 

อย่างไรก็ตาม หากเลือกใช้เทียนควรวางบนพื้นที่มั่นคง ห่างจากวัสดุที่ติดไฟง่าย และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล หากมีไฟฉายหรือโคมไฟแบบชาร์จไฟได้ ควรตรวจสอบแบตเตอรี่และชาร์จให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

ปิดตู้เย็นให้สนิท

ระหว่างไฟฟ้าดับ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดตู้เย็นหรือช่องแช่แข็งบ่อยๆ เพราะทุกครั้งที่เปิด ประตูจะทำให้ความเย็นภายในลดลงและอาหารอุ่นเร็วขึ้น ควรเปิดเฉพาะเมื่อจำเป็นและรีบปิดให้สนิทหลังหยิบของเสร็จ

โดยทั่วไป ตู้เย็นสามารถรักษาความเย็นได้ประมาณ 4 ชั่วโมงหากไม่เปิดประตู ส่วนช่องแช่แข็งที่เต็ม สามารถรักษาอุณหภูมิได้นานกว่านั้น ดังนั้นหากไฟดับเป็นเวลานาน ควรตรวจสอบสภาพอาหารก่อนนำมารับประทาน และทิ้งอาหารที่ไม่มั่นใจว่าอยู่ในอุณหภูมิที่ปลอดภัย

ใช้พลังงานให้น้อยที่สุด

เมื่อไฟดับเป็นเวลานาน ควรประหยัดพลังงานจากอุปกรณ์ที่ยังสามารถใช้งานได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ Power Bank หรืออุปกรณ์สำรองไฟ โดยปิด Wi-Fi โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เพื่อให้แบตเตอรี่เหลือเพียงพอสำหรับการติดต่อสื่อสารหรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน

สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานต่อเนื่อง เช่น คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย หรือกล้องวงจรปิด การมีเครื่องสำรองไฟ UPS จะช่วยให้อุปกรณ์ยังสามารถทำงานได้ในช่วงเวลาหนึ่ง และช่วยให้ผู้ใช้งานมีเวลาปิดระบบอย่างถูกต้องแทนการดับกะทันหัน

เปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ

ในช่วงไฟดับ อากาศร้อนและสภาพแวดล้อมปลอดภัย สามารถเปิดหน้าต่างหรือประตูเพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทและลดความอับภายในบ้าน โดยเฉพาะห้องที่มีคนอยู่หลายคน อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาสภาพอากาศร่วมด้วย หากขณะนั้นมีฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือพบสายไฟขาดบริเวณใกล้บ้าน ไม่ควรออกไปเปิดหน้าต่างหรือเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง แนะนำให้หลีกเลี่ยงสายไฟ เสาไฟ และบริเวณที่อาจมีกระแสไฟรั่ว โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหรือน้ำท่วม

กักตุนน้ำเผื่อไว้

บ้านที่ใช้ปั๊มน้ำหรือระบบจ่ายน้ำที่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าอาจได้รับผลกระทบเมื่อเกิดไฟดับ จึงควรเตรียมน้ำดื่มและน้ำใช้ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการใช้งานพื้นฐานระหว่างรอไฟกลับมา

ควรเก็บน้ำดื่มในภาชนะที่สะอาดและปิดฝาให้เรียบร้อย พร้อมเตรียมน้ำสำหรับล้างมือ ทำความสะอาด และชำระล้างแยกไว้ตามความเหมาะสม ส่วนบ้านที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมหรือเกิดเหตุภัยพิบัติ ควรติดตามประกาศเรื่องคุณภาพน้ำจากหน่วยงานในพื้นที่ก่อนนำมาใช้อุปโภคบริโภค

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเกิดไฟดับ

บางพฤติกรรมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายได้ จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้

  • ไม่ควรสัมผัสสายไฟที่ขาด เสาไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ
  • ไม่ควรเข้าใกล้บริเวณที่มีสายไฟตกหรือสายไฟพาดพื้น
  • ไม่ควรเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล
  • ไม่ควรเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับพร้อมกันทุกเครื่องทันทีหลังไฟมา
  • ไม่ควรใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในบ้านหรือพื้นที่ปิด เพราะอาจเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สะสม
  • ไม่ควรซ่อมสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยตนเอง หากไม่มีความรู้และความชำนาญ
  • หากพบสายไฟขาดจากพายุหรือน้ำท่วม ควรอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดย PEA แนะนำให้หลีกเลี่ยงสายไฟและรถที่อาจมีกระแสไฟรั่ว และไม่ควรเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว
แนะนำวิธีรับมือไฟฟ้าดับ ก่อนและหลังเกิดเหตุ

แนะนำวิธีรับมือไฟฟ้าดับ ก่อนและหลังเกิดเหตุ

ก่อนเกิดไฟฟ้าดับ

  • เตรียมไฟฉาย โคมไฟฉุกเฉิน และแบตเตอรี่สำรองไว้ในจุดที่หยิบใช้งานง่าย
  • ชาร์จโทรศัพท์มือถือและ Power Bank ให้พร้อมอยู่เสมอ
  • จดหรือบันทึกเบอร์แจ้งเหตุของ MEA หรือ PEA ตามพื้นที่พักอาศัย
  • ตรวจสอบสภาพสายไฟ ปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านเป็นระยะ
  • ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าที่เหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • สำหรับคอมพิวเตอร์ กล้องวงจรปิด NAS เซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง ควรพิจารณาใช้ UPS

หลังไฟฟ้ากลับมา

  • รอสักครู่และตรวจสอบว่าไฟฟ้ากลับมาเป็นปกติก่อนเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ตรวจสอบว่ามีกลิ่นไหม้ เสียงผิดปกติ หรือประกายไฟจากปลั๊กและอุปกรณ์หรือไม่
  • ค่อยๆ เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับทีละส่วน ไม่ควรเปิดพร้อมกันทั้งหมด
  • ตรวจสอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำคัญว่าทำงานตามปกติหรือไม่
  • หากยังพบไฟตก ไฟกะพริบ หรือไฟดับซ้ำ ควรปิดอุปกรณ์และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สิ่งของจำเป็นที่ควรมีติดบ้านเมื่อเกิดไฟฟ้าดับ

การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า ช่วยให้ใช้ชีวิตได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยสิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่

  • ไฟฉายหรือโคมไฟฉุกเฉิน สำหรับให้แสงสว่างเมื่อไฟดับในช่วงกลางคืน
  • Power Bank สำหรับชาร์จโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสาร
  • แบตเตอรี่สำรอง สำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้งาน
  • น้ำดื่มและน้ำใช้ สำหรับรองรับกรณีไฟดับเป็นเวลานาน
  • อุปกรณ์ปฐมพยาบาล สำหรับดูแลอาการบาดเจ็บเบื้องต้น
  • UPS หรือเครื่องสำรองไฟ สำหรับคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการไฟฟ้าต่อเนื่อง

ทำไมควรมี UPS เมื่อเกิดไฟฟ้าดับหรือไฟตก

เมื่อเกิดไฟดับ เครื่องใช้ไฟฟ้าจะหยุดทำงานทันที และหากเกิดไฟตกหรือไฟกระชากร่วมด้วย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภทอาจได้รับผลกระทบ การเตรียมเครื่องสำรองไฟ (UPS) จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยเพิ่มความต่อเนื่องและความปลอดภัยในการใช้งาน

UPS ทำหน้าที่จ่ายไฟสำรองเมื่อไฟฟ้าจากระบบหลักขัดข้อง ทำให้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ยังสามารถทำงานต่อได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้งานมีเวลาบันทึกข้อมูล ปิดคอมพิวเตอร์ หรือปิดอุปกรณ์อย่างถูกต้อง แทนการที่เครื่องดับทันที

สรุป

ไฟฟ้าดับอาจเกิดจากทั้งภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ ปัญหาระบบไฟฟ้า สัตว์ หรือการตัดกระแสไฟเพื่อบำรุงรักษา เมื่อเกิดเหตุควรตรวจสอบเบื้องต้น ปิดและถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงบริเวณสายไฟที่ชำรุดหรือขาด หากต้องการแจ้งเหตุ ควรติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่โดยตรง โดย MEA ดูแลกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ส่วน PEA ดูแลพื้นที่ 74 จังหวัดที่เหลือ นอกจากนี้ การเตรียมไฟฉาย Power Bank น้ำดื่ม และ UPS ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้รับมือกับไฟดับและไฟตกได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องสำรองไฟ UPS สามารถเลือกจาก Chuphotic ซึ่งมี UPS หลายแบรนด์ หลายขนาด และหลายรุ่น ให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน พร้อมบริการให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการซื้อ รวมถึงบริการซ่อมแซมตามเงื่อนไขการรับประกัน

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

รู้ได้อย่างไรว่าไฟดับเฉพาะบ้านหรือทั้งพื้นที่

ลองตรวจสอบไฟบริเวณบ้านข้างเคียงหรือพื้นที่สาธารณะ หากดับเฉพาะบ้านควรตรวจสอบเบรกเกอร์และระบบไฟภายใน แต่หากดับหลายหลังควรแจ้งการไฟฟ้า

หากไฟดับบ่อย ควรตรวจสอบหรือแก้ไขอย่างไร

ควรสังเกตช่วงเวลาที่ไฟดับและตรวจสอบระบบไฟภายในบ้าน หากเกิดซ้ำบ่อยควรแจ้งการไฟฟ้าหรือให้ช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญตรวจสอบ

ไฟฟ้าดับนานแค่ไหนถึงควรแจ้งการไฟฟ้า

หากตรวจสอบแล้วพบว่าไฟดับไม่ได้เกิดจากระบบภายในบ้าน สามารถแจ้งการไฟฟ้าได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ไฟดับเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกรณีพบสายไฟขาดหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด