fbpx

5 เทคนิคการใช้เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ให้ถูกวิธี ช่วยยืดอายุการใช้งาน

  • Home
  • เกร็ดความรู้
  • 5 เทคนิคการใช้เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ให้ถูกวิธี ช่วยยืดอายุการใช้งาน
ปกบทความวิธีใช้ UPS

5 เทคนิคการใช้เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ให้ถูกวิธี ช่วยยืดอายุการใช้งาน

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่เสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้ามาตรฐาน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เครื่องเสียง เครื่องเล่นเกม Server และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ สำหรับใช้งานส่วนบุคคล หรือเพื่อธุรกิจการค้า ภายในอาคารสำนักงาน และโรงงานอุตสาหกรรม สามารถเกิดความเสียหายจากปัญหาด้านพลังงานไฟฟ้าได้ ทั้งจากไฟดับ ไฟกระชาก แรงดันไฟฟ้าเกิน ความผันผวนของระดับแรงดันไฟฟ้า การเกิดสัญญาณรบกวนหรือบิดเบือนสัญญาณ

โดย เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS: Uninterruptible Power Supply) มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะป้องกันความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ รวมถึงการรู้เทคนิคการใช้เครื่องสำรองไฟและใช้งานอย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ซึ่งทำให้คุณไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องสำรองไฟฟ้าบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น

วิธีเลือก UPS

1. วิธีเลือกเครื่องสำรองไฟให้เหมาะกับการใช้งาน

เครื่องสำรองไฟ หรือ UPS มี 3 แบบ ได้แก่ Standby UPS, Line Interactive และ True Online UPS ดังนั้นควรเลือกชนิดและจำนวนให้เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักๆ แล้วต้องคำนึงถึงพลังงานและระยะเวลาที่ใช้งาน นอกจากนี้จะต้องพิจารณาอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่จำเป็นต่อการติดตั้งเครื่องสำรองไฟ เช่น ตู้ใส่แบตเตอรี่ (Battery Cabinets) เต้ารับ (Outlets) และอื่นๆ ร่วมด้วย โดยเทคนิคการเลือกใช้เครื่องสำรองไฟมีการพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้

    • ประเภทของอุปกรณ์ที่ต้องการป้องกัน ต้องดูรายละเอียดของอุปกรณ์ไฟฟ้าว่าใช้กำลังไฟฟ้าเท่าไร ถ้าหากเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือจอภาพ จะใช้พลังงานน้อยกว่า server ขนาดใหญ่ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในระดับองค์กร ทั้งนี้อุปกรณ์บางอย่างที่มีแบตเตอรี่ในตัวเอง เช่น แล็ปท็อป (laptops) อาจจำเป็นต้องใช้ถ้าหากรับแหล่งพลังงานจากเต้ารับเมื่อมีการใช้งานแต่ละครั้งเป็นเวลานานหลายชั่วโมง
    • จำนวนอุปกรณ์ที่ต้องการสำรองพลังงาน เครื่องสำรองไฟบางแบบผลิตขึ้นเพื่อจ่ายไฟให้แค่คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว และบางแบบสามารถตั้งค่าการจ่ายไฟให้กับศูนย์ข้อมูลทั้งหมดได้ ยิ่งคุณมีจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องการป้องกันมากเท่าไร เครื่องสำรองไฟยิ่งต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย
    • มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอยู่ในพื้นที่หรือไม่ เครื่องสำรองไฟโดยทั่วไปไม่สามารถจ่ายไฟให้แก่อุปกรณ์เป็นเวลานานได้ เพียงแค่จ่ายไฟจนกว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะเริ่มทำงานและมีการไหลของกระแสไฟฟ้าอีกครั้ง
    • อุปกรณ์ที่ต้องการสำรองพลังงานอยู่ในบริเวณเดียวกันหรือไม่ ถ้ากระจายอยู่ทั่วทั้งอาคารหรือหลายที่ คุณจำเป็นต้องใช้เครื่องสำรองไฟหลายเครื่อง เพื่อป้องกันอุปกรณ์ได้ครอบคลุมทั้งหมด
    • ปริมาณพลังงานที่ต้องการสำรองไว้ หรือก็คือคุณต้องการใช้ระยะเวลานานแค่ไหนเพื่อให้อุปกรณ์ยังใช้งานต่อไปได้ก่อนจะปิดอุปกรณ์ ถ้าหากต้องการใช้ไฟสำรองเพื่อให้สามารถทำงานต่อไปได้อย่างปกติและต่อเนื่อง จะต้องใช้เครื่องสำรองไฟที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และใช้งานได้นาน แต่ถ้าต้องการใช้เพียงแค่ไม่กี่นาทีเพื่อให้สามารถปิดอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย แบตเตอรี่ขนาดเล็กก็สามารถใช้งานได้เพียงพอแล้ว
วิธีติดตั้ง UPS

2. เทคนิคการติดตั้งและต่อเครื่องสำรองไฟให้ถูกวิธี

หลังจากได้เครื่องสำรองไฟที่เหมาะสมกับการใช้งานเรียบร้อยแล้ว ควรศึกษาคู่มือการใช้งานของเครื่องสำรองไฟที่ต้องการติดตั้งร่วมด้วย เนื่องจากเครื่องสำรองไฟแต่ละแบบอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ทั้งนี้หากเลือกใช้งานเครื่องสำรองไฟขนาดใหญ่ คุณจำเป็นต้องให้ช่างไฟฟ้าผู้มีประสบการณ์เข้ามาติดตั้ง เนื่องจากไฟฟ้าแรงสูง แต่โดยทั่วไปแล้วสำหรับเครื่องสำรองไฟขนาดเล็ก จะมีวิธีต่อเครื่องสำรองไฟกับคอมพิวเตอร์ตามขั้นตอนต่างๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้

    • ติดตั้งเครื่องสำรองไฟบนพื้นที่เย็น แห้ง และสะอาด โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความร้อนสูง ความชื้นสูง มีฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกมาก
    • เชื่อมต่อสายชาร์จเข้ากับเครื่องสำรองไฟฟ้า สำหรับบางรุ่นอาจติดตั้งสายไฟฟ้ามาให้แล้ว
    • ชาร์จแบตเตอรี่เครื่องสำรองไฟเข้ากับไฟบ้านก่อนการใช้งาน ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่นั้นจะขึ้นกับแต่ละรุ่นและยี่ห้อ
    • สังเกตด้านหลัง UPS จะมีช่องเต้ารับแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นและกำลังไฟฟ้า แต่โดยทั่วไปจะแบ่งเต้ารับเป็น 2 แบบ คือ เต้ารับสำหรับจ่ายไฟฟ้าสำรอง (Backup) และ เต้ารับสำหรับกันไฟฟ้ากระชาก (Surge Protect/Bypass)
    • เสียบปลั๊กเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการสำรองไฟ ที่ช่องเต้ารับสำหรับจ่ายไฟฟ้าสำรอง
    • สำหรับเต้ารับกันไฟฟ้ากระชาก จะไม่สามารถใช้ไฟฟ้าสำรองได้จึงใช้เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีการสำรองไฟเมื่อไฟฟ้าดับกระทันหัน เช่น Printer
วิธีเปิด-ปิด UPS

3. วิธีเปิด-ปิดเครื่องสำรองไฟ

เครื่องสำรองไฟแต่ละรุ่นและยี่ห้อจะมีรายละเอียดของตัวเครื่องที่แตกต่างกัน บางเครื่องมีหน้าจอแสดงผล LCD ส่วนบางเครื่องแสดงสถานะผ่านแสงไฟสีต่างๆ รวมถึงสัญลักษณ์ด้านหน้าตัวเครื่อง หรือบางเครื่องอาจต้องกดสวิตช์(switch) ด้านหลังตัวเครื่องก่อนถึงจะกดเปิดได้ ดังนั้นควรอ่านข้อมูลการใช้งานเครื่องสำรองไฟที่คุณต้องการจะใช้งานก่อนทำการเปิดปิดเครื่อง ทั้งนี้จะมาแนะนำวิธีเปิดปิดเครื่องสำรองไฟโดยทั่วไปเพื่อให้เข้าใจแบบภาพรวม

วิธีเปิด

    • เสียบปลั๊กเครื่องสำรองไฟเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าที่มีสายดิน
    • สำหรับเครื่องที่มีสวิตช์อยู่ด้านหลังเครื่อง ให้กดสับสวิตช์เปิดเครื่อง
    • ไฟแสดงสถานะ Standby Mode ขึ้นด้านหน้าตัวเครื่อง หรือหน้าจอ LCD จะสว่างขึ้นและมีตัวหนังสือแสดงบนจอ
    • กดปุ่มเปิดเครื่องค้างเอาไว้ประมาณ 3-5 วินาที จนกระทั่งได้ยินเสียงดังขึ้น แล้วปล่อยมือทันที
    • รอสักครู่หนึ่ง ระบบต่างๆ ของเครื่องสำรองไฟจึงพร้อมใช้งานโดยสมบูรณ์

วิธีปิด

    • กดปุ่มปิดเครื่องค้างเอาไว้ประมาณ 3-5 วินาที จนกระทั่งได้ยินเสียงดังขึ้น แล้วปล่อยมือทันที
    • เครื่องสำรองไฟกลับเข้าสู่สถานะ Standby Mode
    • กดปิดสวิตช์ด้านหลังเครื่อง
    • จากนั้นถอดปลั๊กเครื่องสำรองไฟออกจากเต้ารับไฟฟ้า รอสักครู่หนึ่งเครื่องจะปิดลงเอง
เทคนิคการใช้งานเครื่องสำรองไฟให้ถูกวิธี

4. Do & Don’t เทคนิคการใช้งานเครื่องสำรองไฟที่ถูกวิธี

การทราบวิธีใช้เครื่องสำรองไฟและใช้งานได้อย่างถูกวิธี จะทำให้เครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและช่วยยืดอายุการใช้งานให้สามารถใช้ได้นานมากขึ้น โดยมีเทคนิคการใช้เครื่องสำรองไฟมาแนะนำกันสักเล็กน้อย ทั้งสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

สิ่งที่ควรทำ

    • อ่านคู่มือการใช้งานให้เข้าใจเนื่องจากเครื่องแต่ละรุ่นมีรายละเอียดที่ต่างกัน และควรปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือ
    • ลงทะเบียนประกันเครื่องสำรองไฟให้เรียบร้อย เผื่อกรณีสูญหายหรือต้องการคำแนะนำด้านเทคนิค
    • จัดวางในบริเวณที่มีอากาศเย็นและสะอาด ควรอยู่ที่อุณหภูมิระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส
    • ตรวจสอบกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ก่อนนำมาเสียบต่อกับเครื่องสำรองไฟ ต้องไม่เกินกำลังของเครื่องสำรองไฟ ไม่เช่นนั้นเครื่องจะเสีย
    • ต่อสายให้ถูกช่อง ทั้งช่องเต้ารับสำหรับจ่ายไฟฟ้าสำรองและเต้ารับสำหรับกันไฟฟ้ากระชาก
    • ควรปิดเครื่องสำรองไฟทุกครั้งหลังจากใช้งานเสร็จ
    • ตรวจสอบแบตเตอรี่เครื่องสำรองไฟให้แน่ใจว่าชาร์จจนเต็มเสมอ
    • ทดสอบสภาพแบตเตอรี่เดือนละครั้ง โดยทำการถอดปลั๊กเครื่องสำรองไฟออกจากแหล่งจ่ายไฟ แล้วดูว่าเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ยังเปิดอยู่หรือไม่ และยังเป็นการกระตุ้นแบตเตอรี่อีกด้วย
    • ถ้าหากแบตเตอรี่หมด ต้องรีบชาร์จภายใน 72 ชั่วโมง
    • ตรวจสอบสายไฟอย่างสม่ำเสมอ ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เนื่องจากอาจเกิดความเสียหายจากหนูมากัดแทะ
    • หมั่นปัดฝุ่นทำความสะอาดตัวเครื่อง ช่องระบายอากาศ และดูแลให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม อากาศไหลเวียนถ่ายเทสะดวก
    • ถ้าหากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความสำคัญต่อการใช้งาน ควรติดตั้งระบบแจ้งเตือนเกี่ยวกับพลังงานของระบบเครื่องสำรองไฟเอาไว้ด้วย เช่น ติดตั้งไฟ LED จอ LCD หรือในบางรุ่นมีระบบแจ้งเตือนด้วยเสียง เพื่อแสดงสถานะของเครื่องสำรองไฟ ในกรณีแบตเตอรี่ต่ำ หรือใช้กำลังไฟฟ้าเกินกว่าที่เครื่องจะรับได้

สิ่งที่ไม่ควรทำ

    • ไม่ทำการซ่อมแซม แก้ไข หรือดัดแปลงเครื่องสำรองไฟด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เสียหายหนักกว่าเดิมจนใช้งานต่อไปไม่ได้
    • ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมด
    • ไม่ใช้ต่อพ่วงกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกำลังไฟเกินกว่าที่เครื่องสำรองไฟกำหนดไว้
    • ไม่วางเครื่องบริเวณที่แดดส่องถึงโดยตรง มีอุณหภูมิสูง อับชื้น หรืออากาศไม่ถ่ายเท
    • ไม่วางไว้ในที่มีฝุ่นสกปรก เพราะฝุ่นจะเข้าเกาะที่แผงวงจร หรือแผงป้องกันความร้อนทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี
    • ไม่ใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าบางประเภท โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททำความร้อน เพราะแบตเตอรี่ต้องจ่ายไฟฟ้าสูง เช่น เครื่องทำความร้อน และกาต้มน้ำร้อน
เทคนิคการชาร์จ UPS

5. เทคนิคการชาร์จเครื่องสำรองไฟ

ในการใช้งานเครื่องสำรองไฟครั้งแรก ก่อนจะนำเครื่องสำรองไฟมาใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการ เครื่องสำรองไฟบางรุ่นจำเป็นจะต้องชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มเสียก่อน โดยวิธีชาร์จเครื่องสำรองไฟแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นจะใช้ระยะเวลาชาร์จให้เต็มไม่เท่ากัน และมีรายละเอียดในการชาร์จที่ต่างกัน จึงต้องอ่านคู่มือการใช้งานเครื่องรุ่นนั้นๆ ประกอบด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะต้องชาร์จอย่างน้อย 5 ชั่วโมง ถึงนำเครื่องมาใช้งานได้

    • ก่อนทำการชาร์จ ให้เชื่อมต่อสายชาร์จเข้ากับเครื่องสำรองไฟ แต่ในเครื่องบางรุ่นอาจติดตั้งสายไฟฟ้ามาให้แล้ว จึงไม่ต้องต่อสายเพิ่มเติม
    • อย่าเพิ่งเสียบปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆ เข้ากับเครื่องสำรองไฟ
    • เสียบปลั๊กเครื่องสำรองไฟฟ้ากับเต้ารับไฟฟ้าที่มีสายดิน ซึ่งเป็นเต้ารับแบบติดผนัง ไม่ควรต่อผ่านปลั๊กพ่วง
    • จากนั้นเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการสำรองไฟ ที่ช่องเต้ารับด้านหลังเครื่องให้ถูกช่อง
    • กดปุ่มเปิดเครื่อง และชาร์จทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ของเครื่องแต่ละรุ่น หรือเครื่องบางรุ่นอาจไม่จำเป็นต้องชาร์จทิ้งไว้ก็ได้

เทคนิคการใช้เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ให้ถูกวิธี นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานแล้ว ยังช่วยให้เครื่องสำรองไฟใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามต้องการอีกด้วย โดยก่อนการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ให้รอบคอบ และอ่านคู่มือการใช้งานให้เข้าใจก่อนใช้งานจริง จัดวางเครื่องสำรองไฟในบริเวณที่มีอากาศเย็น สะอาด ไม่อับชื้น อีกทั้งควรทดสอบสภาพแบตเตอรี่เดือนละครั้ง และไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมด ไม่เช่นนั้นจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว หากมีปัญหาการใช้งานแล้วแก้ปัญหาเบื้องต้นตามคู่มือไม่สำเร็จ ต้องไม่ซ่อมแซม แก้ไข หรือดัดแปลงเครื่องสำรองไฟด้วยตัวเอง ควรติดต่อศูนย์บริการของเครื่องรุ่นนั้นๆ หรือช่างผู้มีประสบการณ์

When comparing slot catalogues, bonus wagering rules, and withdrawal turnaround at offshore iGaming brands, many reviewers note that ModernGhana Blueprint Gaming casinos sit near the top of the shortlist for UK players seeking alternatives outside the GamStop network.