มอก. ใช้กับสินค้าอะไรบ้าง? รวมหมวดสินค้าที่กฎหมายกำหนดต้องมี
Key Takeaway
มาตรฐาน มอก. คือเครื่องหมายรับรองว่าสินค้าได้ผ่านเกณฑ์ คุณภาพและความปลอดภัยตามที่กฎหมายหรือหน่วยงานกำหนด
มอก. แบ่งหลักๆ เป็น มอก. แบบบังคับ (กฎหมายกำหนดต้องมี) และ มอก. แบบสมัครใจ/มาตรฐานทั่วไป (ผู้ประกอบการยื่นขอเพื่อยกระดับคุณภาพ)
มอก. ใช้กับสินค้าอะไรบ้าง? ครอบคลุมหลายประเภท เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า (พัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้า) วัสดุก่อสร้าง (ท่อพีวีซี) และ อุปกรณ์ความปลอดภัย (หมวกกันน็อก ถังดับเพลิง)
ก่อนเลือกซื้อสินค้า เคยสังเกตเครื่องหมาย มอก. บนฉลากหรือไม่? สัญลักษณ์เล็กๆ นี้อาจดูเล็กน้อย แต่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นเครื่องยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยก่อนตัดสินใจซื้อ มาดูว่ามอก. ใช้กับสินค้าอะไรบ้าง และสินค้าประเภทใดที่ควรสังเกตสัญลักษณ์นี้เป็นพิเศษก่อนนำมาใช้งาน
มอก. คืออะไร?
มาตรฐาน มอก. คือเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าสินค้าชิ้นนั้นได้ผ่าน การรับรองด้านคุณภาพและความปลอดภัย ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยคำว่า มอก. ย่อมาจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Thai Industrial Standard: TIS) ซึ่งเป็นข้อกำหนดกลางที่ใช้ควบคุมและยกระดับการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยต่อผู้บริโภค
มาตรฐานดังกล่าวจัดทำและกำกับดูแลโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ครอบคลุมทั้ง ข้อกำหนดทางเทคนิค คุณภาพของวัสดุที่ใช้ผลิต และ ประสิทธิภาพในการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีความปลอดภัยและเหมาะสมต่อการใช้งานจริง
ปัจจุบันมาตรฐาน มอก. ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และ วัสดุก่อสร้าง รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกจำนวนมาก จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรสังเกตก่อนตัดสินใจเลือกซื้อทุกครั้ง
มอก. แบ่งเป็นกี่แบบ ต่างกันอย่างไร
เครื่องหมาย มอก. สามารถแบ่งตามประเภทของสินค้าและลักษณะการควบคุมมาตรฐานได้หลายรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงและความสำคัญด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ดังนี้
1. เครื่องหมายมาตรฐานทั่วไป
เครื่องหมาย มอก. ทั่วไป คือเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ทั่วไป ที่ผู้ประกอบการสามารถ ยื่นขอการรับรองได้ตามความสมัครใจ โดยเป็นสินค้าที่ กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีเครื่องหมาย มอก. การได้รับการรับรองประเภทนี้สะท้อนถึง การยกระดับมาตรฐานการผลิต การพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง และช่วย เสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ในการตัดสินใจเลือกซื้อ
2. เครื่องหมายมาตรฐานบังคับ
เครื่องหมายมอก. แบบบังคับ คือเครื่องหมายรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายสามารถดำเนินการได้เฉพาะสินค้าที่ ได้รับการรับรองและแสดงเครื่องหมาย มอก. อย่างถูกต้องเท่านั้น การกำหนดมาตรฐานในลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค และช่วยป้องกันความเสี่ยงหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณะและส่วนรวม
3. เครื่องหมายเฉพาะด้านความปลอดภัย
มาตรฐานมอก. ด้านความปลอดภัย คือเครื่องหมายรับรองที่มุ่งเน้น มาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งานของสินค้าโดยเฉพาะ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
เครื่องหมายประเภทนี้มีทั้งแบบบังคับและแบบไม่บังคับ โดยสินค้าที่อยู่ในกลุ่ม แบบบังคับจะต้องผ่านการรับรองและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ก่อนจึงจะสามารถผลิต นำเข้า หรือจัดจำหน่ายได้
4. เครื่องหมายมาตรฐานเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม
เครื่องหมาย มอก. ด้านสิ่งแวดล้อม คือเครื่องหมายรับรองที่เน้น คุณสมบัติในการรักษาสิ่งแวดล้อมของสินค้าโดยเฉพาะโดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค
สินค้าที่ได้รับการรับรองประเภทนี้จะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ เช่น การประหยัดน้ำหรือพลังงาน การลดหรือไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้
5. เครื่องหมายมาตรฐานเฉพาะด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า
เครื่องหมาย มอก. ด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) คือเครื่องหมายรับรองคุณสมบัติความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าของสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้โดยไม่รบกวนกัน และไม่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด
มาตรฐานประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับสินค้าที่ต้องขอ มอก. ในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี เช่น ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ อุปกรณ์สื่อสาร และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการใช้งานและความปลอดภัยของผู้บริโภค
6. เครื่องหมายมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)
เครื่องหมาย มอก. สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชน คือเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยชุมชน ภายใต้แนวทางการพัฒนาท้องถิ่น เช่น โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน มอก. ที่กำหนดขึ้นให้เหมาะสมกับบริบทของผู้ผลิตรายชุมชน
การรับรองประเภทนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าในชุมชน เพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาด และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ทั้งนี้ เงื่อนไขการขอรับรองจะไม่ซับซ้อนเท่ากับมาตรฐาน มอก. สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อเอื้อต่อผู้ประกอบการรายย่อย
มอก. สมัครใจ vs มอก. บังคับ ต่างกันตรงไหน?
มอก. แบบสมัครใจ คือมาตรฐานที่ผู้ประกอบการ ยื่นขอการรับรองได้ตามความสมัครใจ โดยเป็นสินค้าที่ กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีเครื่องหมาย มอก. จุดประสงค์หลักของสินค้าที่มีมอก. ทั่วไปคือ ยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือ และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ในขณะที่สินค้าที่มีมอก. บังคับ คือสินค้าที่กฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านการรับรองก่อนผลิต นำเข้า หรือจัดจำหน่าย หากไม่มีเครื่องหมายถือว่าผิดกฎหมาย มักเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภค
ทำไม มอก. จึงสำคัญต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
การรับรองมาตรฐานสินค้ามีประโยชน์ต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยผู้ผลิตจะได้รับประโยชน์จากมาตรฐานที่ชัดเจนและเป็นระบบ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพตามเกณฑ์เดียวกันทุกครั้งที่ผลิต
ขณะที่ผู้บริโภค สินค้าที่มีมาตรฐาน มอก. ช่วยสร้างความมั่นใจด้านคุณภาพและความปลอดภัย ทำให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งช่วยป้องกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดและสนับสนุนความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ
รวมรายการสินค้าที่กฎหมายกำหนดต้องมี มอก.
- อาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องแต่งกาย
- เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เตารีด พัดลมไฟฟ้า เครื่องซักผ้าประหยัดน้ำ และเครื่องปรับอากาศที่ไร้สาร CFC
- อุปกรณ์สื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องรับ-ส่งวิทยุ และเครื่องมือทางการแพทย์
- วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น ท่อพีวีซี หมวกกันน็อก และถังดับเพลิง
- ของใช้ในบ้านและสำนักงาน เช่น ผงซักฟอก ของเล่นเด็ก และอุปกรณ์สำนักงาน
ขั้นตอนขอใบอนุญาต มอก. สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า
- ยื่นขอรับบริการผ่านระบบ E-License
1.1 การเตรียมเอกสารประกอบคำขอ
จัดเตรียมเอกสารคำขอผ่านระบบ E-License พร้อมเอกสารแสดงตัวตน เช่น บัตรประชาชน หรือหนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 6 เดือน แนบหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ รวมถึงใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง และรายละเอียดผลิตภัณฑ์โดยสรุป เช่น รูปภาพ ส่วนประกอบ หรือข้อมูลทางเทคนิค
1.2 การยื่นขอทำตัวอย่างสินค้า (กรณี มอก. แบบบังคับ)
ดำเนินการยื่นหนังสือขอทำตัวอย่าง ผ่านระบบ จากนั้นรอการอนุมัติและหนังสือตอบรับ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงสามารถเริ่มผลิตตัวอย่างสินค้า ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
1.3 การเก็บตัวอย่างโดยเจ้าหน้าที่
ประสานงานนัดหมายเจ้าหน้าที่เพื่อเก็บตัวอย่าง พร้อมออกใบนำส่งตัวอย่าง และดำเนินการส่งตัวอย่างไปยังหน่วยงานทดสอบ โดยผลการทดสอบจะถูกส่งกลับมายังเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
- ยื่นขอตรวจประเมินโรงงานผ่านระบบ E-License
ดำเนินการนัดหมายตรวจโรงงาน กับเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยตรวจ IB ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อประเมินความพร้อมของกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน
- ยื่นขอรับใบอนุญาตผ่านระบบ E-License
เมื่อผ่านการทดสอบและตรวจประเมินแล้ว ให้ดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมแนบ ผลการตรวจโรงงานและผลการทดสอบสินค้า
- การรับใบอนุญาต
หลังการพิจารณาอนุมัติ ผู้ประกอบการจะได้รับใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-License) ผ่านระบบออนไลน์
วิธีสังเกตเครื่องหมายมอก. ของเครื่องใช้ไฟฟ้า
สำหรับสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า ควรตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. ให้ถูกต้องและชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งสามารถเช็ก มอก. ของแต่ละประเภทได้ดังนี้
- พัดลม ต้องมีเครื่องหมาย มอก. แบบบังคับ และเลข มอก. 934-2533 ชัดเจน ควรทดลองการทำงาน ตรวจฉลากข้อมูลไฟฟ้าให้ครบถ้วน และมีระบบป้องกันไฟฟ้าและทนความร้อนตามมาตรฐาน
- หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ควรมีเครื่องหมาย มอก. แบบบังคับ และเลข มอก. 1039-2547 ชัดเจน พร้อมระบุชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
- ไมโครเวฟ มีเครื่องหมาย มอก. แบบบังคับ พร้อมเลข มอก. 1773-2548 แสดงชัดเจนบนผลิตภัณฑ์ และระบุ ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า อย่างครบถ้วน
- ตู้เย็น ควรสังเกตเครื่องหมาย มอก. แบบบังคับ พร้อมเลข มอก. 2186-2547 และ มอก. 2214-2548 แสดงอย่างชัดเจนบนผลิตภัณฑ์ รวมถึงตรวจสอบ ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ให้ครบถ้วน
- เครื่องซักผ้า แสดงเครื่องหมาย มอก. แบบบังคับ พร้อมเลข มอก. 1463-2533 อย่างชัดเจนบนผลิตภัณฑ์ และระบุ ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าครบถ้วน
- เตารีด ต้องมีเครื่องหมาย มอก. แบบบังคับ พร้อมเลข มอก. 366-2547 อย่างชัดเจนบนผลิตภัณฑ์ และฉลากระบุชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เครื่องหมายการค้า แรงดันไฟฟ้า ความถี่ และกำลังไฟฟ้า ครบถ้วนตามมาตรฐาน
สรุป
มาตรฐาน มอก. ใช้กับสินค้าอะไร? ใช้กับสินค้าหลากหลายประเภทที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง ครอบคลุมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตารีด และไมโครเวฟ รวมถึงวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น ท่อพีวีซี หมวกกันน็อก และถังดับเพลิง ตลอดจนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสารที่ต้องควบคุมมาตรฐานการใช้งานอย่างเหมาะสม
การมีเครื่องหมาย มอก. ช่วยยืนยันว่า สินค้าได้ผ่านการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานก่อนจำหน่าย สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค หากกำลังมองหาอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือโซลูชันด้านพลังงานที่ได้มาตรฐาน การเลือกแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยอย่าง Chuphotic ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว
FAQ — คำถามที่พบบ่อย
หากสินค้าไม่มีมอก. จะขายได้ไหม
ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า หากเป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่ม มอก. แบบบังคับ จะไม่สามารถผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายได้หากไม่มีเครื่องหมาย เพราะถือว่าผิดกฎหมาย แต่หากเป็นสินค้าที่อยู่ใน กลุ่มมาตรฐานทั่วไปหรือสมัครใจ สามารถจำหน่ายได้แม้ไม่มี มอก. อย่างไรก็ตามการมีเครื่องหมายย่อมช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้ผู้บริโภคมากกว่า
ผู้นำเข้าสินค้าต้องขอ มอก. ด้วยไหม
สินค้าที่อยู่ในบัญชีสินค้ามาตรฐานบังคับ ผู้นำเข้าต้องดำเนินการขอรับรอง มอก. เช่นเดียวกับผู้ผลิตในประเทศ ก่อนนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในไทย แต่หากเป็นสินค้ากลุ่มสมัครใจ สามารถเลือกยื่นขอรับรองเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือได้
ตรวจสอบว่าสินค้ามี มอก. จริงได้อย่างไร
สามารถตรวจสอบได้จากเครื่องหมาย มอก. และเลขมาตรฐานที่แสดงบนสินค้า ซึ่งต้องชัดเจนและตรงกับประเภทผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาข้อมูลผ่านระบบตรวจสอบของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อเช็กชื่อผู้ได้รับอนุญาตและรายละเอียดใบอนุญาตได้โดยตรง
มอก. บังคับกับสินค้าทุกประเภทไหม
ไม่ใช่ทุกสินค้าอยู่ภายใต้ มอก. แบบบังคับ โดยจะกำหนดเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคหรือสาธารณะเท่านั้น สินค้าบางประเภทเป็นเพียงมาตรฐานสมัครใจ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานกำกับดูแล
สินค้าชนิดเดียวกันต้องขอ มอก. ทุกขนาดไหม
หากเป็นมาตรฐานบังคับ ผู้ประกอบการต้องขอรับรองตามแบบ รุ่น หรือขนาดที่แตกต่างกันตามที่มาตรฐานกำหนด เพราะรายละเอียดทางเทคนิคอาจไม่เหมือนกัน แต่ในบางกรณีอาจครอบคลุมหลายขนาดภายใต้ใบอนุญาตเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของมาตรฐานแต่ละฉบับ

