fbpx

รวมสาเหตุ UPS เปิดไม่ติด จ่ายไฟขัดข้อง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไข

  • Home
  • เกร็ดความรู้
  • รวมสาเหตุ UPS เปิดไม่ติด จ่ายไฟขัดข้อง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไข
รวมสาเหตุ UPS เปิดไม่ติด จ่ายไฟขัดข้อง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไข

รวมสาเหตุ UPS เปิดไม่ติด จ่ายไฟขัดข้อง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไข

อุปกรณ์ UPS หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อเรียกทั่วไปว่า เครื่องสำรองไฟฟ้า เป็นเครื่องที่ทำหน้าที่จ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองในตอนไฟดับ ไฟกระชากฉุกเฉิน หรือระบบไฟฟ้าจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ เกิดปัญหาขึ้นมา เครื่อง UPS จะนำจ่ายกระแสไฟฟ้าตามจำนวนวัตต์ที่ขาดไปยังอุปกรณ์นั้นๆ เพื่อให้ใช้งานได้ตามปกติต่อไป แต่หลายคนคงเคยประสบปัญหา UPS เปิดไม่ติด ไม่มีการจ่ายพลังงานสำรองตามปกติ โดยไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เพราะฉะนั้นในบทความนี้จึงจะพาไปดูว่าอาการผิดปกติของ UPS ว่ามักเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง พร้อมวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และวิธีเลือกซื้อ UPS อย่างไรให้ใช้งานได้ดี

UPS ไม่สำรองไฟ อาการเป็นอย่างไร

UPS ไม่สำรองไฟ อาการเป็นอย่างไร

โดยปกติแล้วเครื่อง UPS หรือตัวจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองนี้จะทำการปรับระดับกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าที่ขาดพลังงานไฟฟ้าจากเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ในทันที ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เกิดไฟดับ ไฟตก ไฟดับกระชาก หรือช่วงที่กระแสไฟฟ้ามีปัญหาจนไม่สามารถจ่ายพลังงานกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้านั้นได้ ตัว UPS ก็จะทำหน้าที่จ่ายไฟฟ้าตามจำนวนพลังงานที่อุปกรณ์ต้องการใช้ในทันทีที่มีความผิดปกติของไฟฟ้าหลักเกิดขึ้น แต่ในกรณีที่ UPS เปิดไม่ติดหรือมีปัญหาขัดข้องเกิดขึ้น จะไม่มีการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเลยหรืออาจมีการจ่ายกำลังไฟฟ้าสำรองที่ไม่เพียงพอ UPS จ่ายไฟไม่ถึง 220v ต่ออุปกรณ์นั้นๆ เป็นเพราะอาการผิดปกติจากเครื่องจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองนั่นเอง

รวมสาเหตุ UPS เปิดไม่ติด ไม่จ่ายไฟสำรอง

รวมสาเหตุ UPS เปิดไม่ติด ไม่จ่ายไฟสำรอง

สาเหตุ UPS เปิดไม่ติด ไม่มีการสำรองจ่ายพลังงานไฟฟ้า หรือจ่ายกำลังไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ไม่เพียงพอ มักเป็นปัญหาหลักที่เกิดจากเครื่อง UPS โดยตรง ซึ่งสามารถตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำรองได้เองง่ายๆ ดังนี้

1. เสียบปลั๊กอุปกรณ์ผิด

การเสียบปลั๊กอุปกรณ์ผิดสามารถเกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ สำหรับผู้ใช้งานเครื่อง UPS เพราะสาเหตุนี้จะเกิดขึ้นจากการต่อปลั๊กผิดรูปแบบ โดยเครื่อง UPS จะมีหัวต่อปลั๊ก 2 ประเภท ได้แก่ 

  • การต่อปลั๊กไฟกระแสหลักเพื่อจัดเก็บพลังงานจากเครื่อง UPS ไปยังตัวอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยตรง เพื่อให้เครื่อง UPS จ่ายไฟสำรองเมื่อเกิดปัญหาไฟดับ ไฟกระชากจากกระแสไฟฟ้าหลักของอุปกณ์เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นทันที
  • การต่อปลั๊กจากตัวอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าไปยังแหล่งจ่ายพลังงานสำรองหรือเครื่อง UPS เพื่อรับพลังงานไฟฟ้าสำรองเมื่อมีกำลังกระแสไฟฟ้าหลักไม่เพียงพอ 

ดังนั้นผู้ใช้งานเครื่อง UPS จึงควรตรวจสอบการต่อสายปลั๊กไฟให้ถูกต้องระหว่างอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและตัวเครื่อง UPS

2. เสียบอุปกรณ์ไฟฟ้ามากเกินไป

หลายคนอาจไม่รู้ว่าเครื่อง UPS ไม่สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากได้ เพราะกระแสไฟฟ้าสำรองจากเครื่อง UPS มีอัตราการจ่ายพลังงานที่จำกัดเพียงแค่ไม่กี่วัตต์ สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าสำคัญๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายตอนที่มีปัญหาไฟดับ ไฟกระชากเท่านั้น เช่น การต่อ UPS เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระบบปิดตัวลงระหว่างทำงานอยู่ เป็นต้น เพราะฉะนั้นการต่อเครื่อง UPS จึงควรเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นหรือสำคัญต่อการใช้กระแสไฟฟ้าฉุกเฉินเวลาเกิดไฟดับหรือไฟกระชากเท่านั้น หากต่อพ่วงกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีความจำเป็นจะทำให้ใช้ไฟสำรองมากเกินไป ส่งผลให้เครื่อง UPS มีเสียงเตือนดังขึ้นเวลาเกิดไฟดับ ไฟกระชาก แล้วทำการปิดตัวเองลงด้วยสถานะ Overload (จ่ายพลังงานมากเกินไป) หากมีอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าใดที่ไม่จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน ให้ถอดปลั๊กตรงนั้นออกได้เลย

3. แบตเตอรี่เครื่องสำรองไฟเสื่อมสภาพ

อายุการใช้งานของแบตเตอรี่เครื่อง UPS มีระยะเวลาประมาณ 2–3 ปี เพราะฉะนั้น เมื่อมีการใช้งานมาระยะเวลาหนึ่งแล้วเครื่อง UPS ก็อาจเกิดอาการชาร์จเก็บกระแสไฟฟ้าสำรองไว้ไม่ได้หรือไม่มีการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตอนเกิดไฟดับ ไฟกระชาก โดยไม่มีอาการ Overload อาจเป็นเพราะแบตเตอรี่มีปัญหา แนะนำให้เปลี่ยนก้อนแบตเตอรี่ของ UPS เพื่อให้เครื่องสำรองไฟสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ รวมทั้งยังช่วยประหยัดเงินในการซื้อเครื่องใหม่ได้อีกด้วย แต่ถ้า UPS เปลี่ยนแบตแล้วใช้ไม่ได้อาจเกิดจากปัญหาอื่นๆ เกี่ยวกับตัวเก็บประจุไฟฟ้ามีปัญหาหรือเป็นปัญหาจากตัวเครื่องโดยตรง

4. ตัวเก็บประจุมีปัญหา

ปัญหา UPS เปิดไม่ติดหรือระบบการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติหรือมีการจ่ายพลังงานกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อตัวอุปกรณ์นั้น อาจเกิดจากตัวเก็บประจุไฟฟ้าของเครื่อง UPS มีปัญหา ทำให้การชาร์จแบตเตอรี่เพื่อจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าสำรองไว้ในตัวเครื่องเพื่อดึงมาใช้งานยามฉุกเฉินนั้นมีปัญหาหรือเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ UPS ถูกใช้งานเวลาไฟดับ ไฟกระชาก แล้วมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าสำรองไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อ UPS ไว้อยู่ แนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่ทุกครั้งหลังจากกระแสไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติ และควรชาร์จไฟไว้ในเครื่อง UPS ให้เต็มอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันปัญหาตัวเก็บประจุไฟฟ้าเสื่อมสภาพหรือมีปัญหาในการจ่ายพลังงาน

5. พัดลม UPS เสีย

พัดลมของเครื่อง UPS จะทำหน้าที่เป็นตัวระบายความร้อนเวลาใช้งานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานะ Overheat หรือความร้อนสูงเกินไปกับตัวเครื่อง UPS ถือเป็นระบบป้องกันอันตรายให้กับตัวเครื่องนั่นเอง ดังนั้นเมื่อระบบพัดลมระบายความร้อนเสีย ตัวเครื่อง UPS จึงไม่สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองได้ตามปกติหรือบางทีเครื่อง UPS ก็เปิดไม่ติด เพราะไม่มีทั้งการรับพลังงานไฟฟ้ามาจัดเก็บในตัว UPS และไม่มีการนำจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เป็นระบบตัดการทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงจากอาการ Overheat โดยเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

6. ฝุ่นสะสมในตัวเครื่อง

หนึ่งในปัญหาที่หลายคนละเลยไปคือเรื่องของฝุ่นสะสมที่เครื่อง UPS เพราะตัวเครื่องสำรองไฟนี้จะมีพัดลมสำหรับระบายความร้อนทำงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการสะสมของฝุ่นเข้าไปยังตัวเครื่อง UPS ได้ง่ายมาก และก่อให้เกิดเป็นก้อนฝุ่นเกาะสะสมจนไม่สามารถใช้งานเครื่อง UPS ได้ตามปกติ แม้ว่าจะรีเซ็ตเครื่องสำรองไฟดูแล้วก็ยังไม่มีการรับกระแสไฟฟ้าหรือจ่ายพลังงานไฟฟ้า แนะนำให้ทำความสะอาดเครื่อง UPS หรือคอยตรวจเช็กฝุ่นและสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันระบบอยู่เสมอ

7. แหล่งจ่ายไฟล้มเหลว

ระบบสำคัญที่สุดของเครื่อง UPS คือระบบการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองที่จัดเก็บไว้ยังตัวเครื่องพร้อมกับการจ่ายไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เมื่อเกิดปัญหาไฟดับ ไฟกระชาก เพราะฉะนั้นเมื่อไรที่ UPS ไม่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าสำรองไปยังอุปกรณ์ในช่วงเวลาฉุกเฉิน หรือ UPS จ่ายไฟไม่ถึง 220v อาจเป็นปัญหาจากระบบแหล่งจ่ายไฟฟ้าล้มเหลวขัดข้อง สำหรับปัญหานี้ต้องมีการซ่อมแซมหรือต้องเปลี่ยน UPS ใหม่เท่านั้น

ดูแลรักษา UPS อย่างไรให้ใช้งานได้ยาวนาน

ดูแลรักษา UPS อย่างไรให้ใช้งานได้ยาวนาน

การดูแลรักษาเครื่องจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง หรือเครื่อง UPS ให้มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น รวมถึงการยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและยาวนานเช่นกันนั้น สามารถตรวจสอบและดูแลรักษาอุปกรณ์ได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

  • ทุกๆ 3–4 เดือน แนะนำให้ตรวจสอบสายปลั๊กที่เชื่อมต่อเครื่อง UPS และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าดูว่ามีสายไฟเกิดความเสียหายตรงไหนหรือไม่
  • ให้ทำความสะอาดเครื่อง UPS หรือตรวจดูฝุ่นสะสมที่ตัวเครื่องจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองทุกๆ 3 เดือน และไม่ควรวางเครื่อง UPS ไว้ยังพื้นที่ที่มีความชื้น หรือบริเวณที่มีอุณหภูมิไม่เหมาะสม อย่างอุณหภูมิร้อนจัดโดยเด็ดขาด
  • ตรวจสอบการทำงานของระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าและระบบการจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าของเครื่อง UPS ทุกๆ 4-6 เดือน โดยสามารถทำได้ด้วยการทดลองถอดปลั๊กอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่อกับ UPS อยู่เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าแล้วดูการทำงานของตัว UPS ว่ามีการจ่ายพลังงานสำรองได้ทันทีในพลังงานวัตต์ที่ปกติเพียงพอหรือไม่ แล้วชาร์จแบตเตอรี่คืนกลับได้เต็มประจุไหม
  • ตรวจสอบระบบแบตเตอรี่ทุกๆ 1–2 ปี เพื่อดูว่าแบตของเครื่อง UPS เสื่อมสภาพ หมดอายุการใช้งานแล้วหรือยัง มีการชาร์จไฟฟ้ามาจัดเก็บเข้าเต็มที่อยู่หรือไม่ หากเริ่มมีการเสื่อมของแบตเตอรี่แล้วสามารถทำการเปลี่ยนแบต UPS ได้ทันที
  • หากเครื่อง UPS มีการทำงานที่ไม่ปกติหรือ UPS เปิดไม่ติด สามารถจัดการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นนี้ได้ด้วยการรีเซ็ตเครื่องสำรองไฟจากปุ่มที่ตัวเครื่องก่อน เพื่อให้ระบบเริ่มต้นเปิดการทำงานทุกอย่างได้เต็มประสิทธิภาพ สามารถใช้วิธีการรีเซ็ตเครื่อง UPS ได้ในทุกปัญหาขัดข้องเบื้องต้นที่เกิดขึ้นก่อนดำเนินการตรวจสอบปัญหาอื่นๆ ต่อไปในกรณีที่รีเซ็ตเครื่องแล้วอาการยังผิดปกติอยู่
เลือกซื้อ UPS อย่างไรให้ใช้งานได้ดี

เลือกซื้อ UPS อย่างไรให้ใช้งานได้ดี

การเลือกซื้อเครื่องสำรองพลังงานไฟฟ้าหรือเครื่อง UPS ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และสามารถจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าสำรอง จ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในช่วงเวลาฉุกเฉินให้เต็มประสิทธิภาพนั้น มีวิธีการเลือกซื้อโดยใช้มาตรฐานการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ดังนี้

  • เลือกเครื่อง UPS จากประเภทของแบตเตอรี่ตามรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสม ดูว่าต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าสำรองเผื่อเกิดไฟดับ ไฟกระชากสำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทใด และต้องการใช้ต่อมากแค่ไหน
  • เลือกซื้อตามความจุของพลังงานแบตเตอรี่เครื่อง UPS โดยเฉพาะบ้านที่เกิดไฟดับ ไฟกระชากอยู่บ่อยๆ แนะนำให้เลือกเป็นขนาดความจุแบตเตอรี่ที่เยอะไว้ก่อนก็จะใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นและสามารถใช้งานได้หลายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน แต่ถ้าบ้านไหนต้องการสำรองพลังงานไฟฟ้าเผื่อฉุกเฉินกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กทั่วไป ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกจากความจุเยอะก็ได้
  • เลือกจากระบบรันไทม์สำรอง ยิ่งมีระยะเวลาในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองได้ไวเท่าไรเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ไฟกระชาก ก็จะยิ่งปลอดภัยต่ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือตัวคอมพิวเตอร์มากขึ้นเท่านั้น เลือก UPS ที่มีรันไทม์น้อยก็จะยิ่งมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าสำรองที่เร็วมาก
  • เลือกซื้อ UPS ที่มีการรับประกันจากโรงงานผลิต เพื่อรับรองว่าสินค้าชิ้นนี้มีมาตรฐานอย่างเหมาะสมต่อการใช้งานจริง

สำหรับใครที่มองหาเครื่องจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง เครื่อง UPS ที่มีมาตรฐานสินค้าจากโรงงานต่างประเทศ พร้อมมีการรับประกันสินค้าโดยตรงจริง รวมถึงคุณสมบัคิเครื่อง UPS ให้เลือกซื้อตามความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละบ้าน แนะนำ Chuphotic มีเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ให้เลือกมากมาย สามารถรับคำแนะนำจากช่างผู้ชำนาญในการดูแลระบบด้านพลังงานไฟฟ้าสำรองก่อนได้ และที่นี่มีบริการให้คำปรึกษาก่อนเลือกซื้ออย่างคุ้มค่า ตรงความต้องการสูงสุด มีการดูแลหลังการขาย คุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน

สรุป

ปัญหาของเครื่อง UPS เปิดไม่ติด ไม่มีการจ่ายไฟฟ้าสำรองไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตามระบบการทำงานปกติ มีสาเหตุหลักๆ ที่ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการหมั่นตรวจสอบฝุ่นและการทำความสะอาดเครื่อง UPS ไม่ให้มีฝุ่นเข้าไปสะสมจนทำให้การทำงานของระบบขัดข้อง หรือการต่อปลั๊กสาย UPS ที่สลับกันหรือต่อผิด ก็ต้องตรวจสอบการเชื่อมต่อให้รอบคอบ รวมถึงการตรวจสอบระยะเวลาการใช้งานเครื่อง UPS ว่าใช้งานถึง 2 ปีแล้วหรือยัง เพราะตัวแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานประมาณ 2–3 ปีก่อนจะต้องเปลี่ยนแบตใหม่ เพราะฉะนั้น เมื่อ UPS มีอาการเปิดไม่ติด UPS จ่ายไฟไม่ถึง 220v ก็สามารถตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ทันที แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือจากช่างผู้เชี่ยวชาญด้านระบบพลังงานไฟฟ้าสำรอง รวมถึงบริการหลังการขายและการแนะนำความช่วยเหลือต่างๆ ต้องเลือกซื้อสินค้ากับทาง Chuphotic มีเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ให้เลือกอย่างหลากหลายคุณสมบัติในราคาสุดประหยัด พร้อมมีรับประกันสินค้าและบริการช่วยเหลือหลังการขาย

Comparing wagering requirements, game library depth, and withdrawal turnaround times across different iGaming platforms tends to expose the weaker operators pretty quickly, which is why players looking for a balanced mix of slots, live tables, and sports betting often land on Donbet casino after a bit of research.