fbpx

ไฟดับ ไฟตกบ่อยเกิดจากอะไร? หาสาเหตุและวิธีแก้ไข ป้องกันก่อนสาย!

  • Home
  • เกร็ดความรู้
  • ไฟดับ ไฟตกบ่อยเกิดจากอะไร? หาสาเหตุและวิธีแก้ไข ป้องกันก่อนสาย!
ไฟดับ ไฟตกบ่อยเกิดจากอะไร? หาสาเหตุและวิธีแก้ไข ป้องกันก่อนสาย!

ไฟดับ ไฟตกบ่อยเกิดจากอะไร? หาสาเหตุและวิธีแก้ไข ป้องกันก่อนสาย!

Key Takeaway

  • ไฟดับและไฟตกบ่อยๆ เกิดจากสาเหตุหลัก เช่น ระบบไฟฟ้าภายในบ้านชำรุด ใช้ไฟเกินโหลด สายไฟเก่า สภาพอากาศแปรปรวน หรือปัญหาจากระบบไฟฟ้าภูมิภาค
  • ไฟดับและไฟตกบ่อยๆ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย เสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร ขัดขวางการใช้งานในบ้านและที่ทำงาน และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น
  • อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันไฟตกไฟดับ เช่น เครื่องสำรองไฟ (UPS) และเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้า (Stabilizer)
  • เมื่อพบว่าไฟดับ ไฟตกบ่อยๆ ควรตรวจสอบเบรกเกอร์ ลดการใช้ไฟพร้อมกัน ติดตั้ง UPS หรือ Stabilizer และเรียกช่างไฟฟ้ามาตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้าน

อันตรายไหม? หากไฟดับ ไฟตกบ่อยๆ ปัญหาไฟฟ้าที่ดูเหมือนไม่รุนแรง แต่อาจนำไปสู่ความเสียหายกับเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้หากปล่อยไว้นาน! ไฟดับบ้านเดียว ไฟตกตอนเปิดแอร์ หรือไฟกะพริบบ่อยๆ ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม มารู้ทันสาเหตุ วิธีรับมือ และแนวทางป้องกันแบบง่ายๆ ที่คุณทำเองได้ ก่อนที่เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

ไฟดับและไฟตกบ่อยๆ เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?

ไฟดับและไฟตกบ่อยๆ เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?

ไฟดับหรือไฟตกเป็นปัญหาที่หลายบ้านพบเจอเป็นประจำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งต่อความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันและความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้า สาเหตุของไฟดับหรือไฟตกที่พบบ่อย มีดังนี้

ไฟกระชาก

ไฟฟ้าตกอาจเกิดจากไฟกระชาก (Power Surge) คือภาวะที่แรงดันไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งอาจเกิดจากฟ้าผ่าที่สายส่งไฟฟ้า การสตาร์ตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือปัญหาในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า ไฟกระชากมักเกิดในเสี้ยววินาทีแต่ส่งผลกระทบรุนแรงกับอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ทำให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย หลอดไฟขาด หรือทำให้เบรกเกอร์ตัดไฟ ซึ่งหากเกิดขึ้นซ้ำๆ จะทำให้ไฟตกหรือไฟดับเป็นระยะ

เบรกเกอร์หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์มีปัญหา

ไฟฟ้าดับบ่อยอาจเกิดจากเบรกเกอร์เกิดความร้อนหรือกระแสเกิน เบรกเกอร์จะตัดไฟอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าเบรกเกอร์เก่าหรือชำรุด เช่น ค่าการตัดไฟไม่แม่นยำ หรือกลไกภายในหลวม อาจทำให้เกิดการตัดไฟโดยไม่จำเป็น หรือไม่สามารถตัดไฟได้ทันเมื่อเกิดปัญหา จึงเป็นสาเหตุให้เกิดไฟตกหรือดับบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ

ใช้ไฟเกินโหลด

อีกสาเหตุหนึ่งที่เกิดไฟดับ ไฟตกบ่อยๆ อาจเกิดจากกระแสไฟตกนั้นเอง สาเหตุกระแสไฟตกเกิดจากความสามารถในการรองรับกำลังไฟที่จำกัด หากมีการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกันหลายชนิด เช่น แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ และอื่นๆ จนเกินกำลังของระบบไฟในบ้าน จะทำให้แรงดันไฟตกลงต่ำกว่าปกติ หรืออาจทำให้เบรกเกอร์ตัดไฟเพื่อป้องกันไฟลัดวงจร นอกจากนี้อาจส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดทำงานผิดปกติหรือหยุดทำงาน

สายไฟภายในบ้านชำรุดหรือเก่า

ระบบเดินสายไฟภายในบ้านมีอายุการใช้งาน โดยเฉพาะบ้านที่สร้างมานานหากไม่เคยเปลี่ยนสายไฟเลย อาจเจอปัญหาฉนวนหุ้มสายไฟเสื่อม ขาด หรือหลุดลอก ซึ่งนำไปสู่การรั่วของกระแสไฟ ลัดวงจร หรือทำให้ไฟเดินไม่เต็มกำลัง ส่งผลให้แรงดันไฟฟ้าภายในบ้านไม่คงที่ เกิดไฟตกหรือดับเฉพาะจุดได้บ่อย เช่น ไฟตกเฉพาะห้องหนึ่งห้องใด

ปลั๊กพ่วงไม่ได้มาตรฐาน

ปลั๊กพ่วงหรือรางปลั๊กไฟราคาถูกที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. อาจผลิตจากวัสดุที่ไม่ทนความร้อนหรือรับกระแสไฟได้จำกัด หากนำไปใช้เสียบอุปกรณ์หลายชิ้นพร้อมกัน เช่น คอมพิวเตอร์ พัดลม โทรทัศน์ พร้อมกัน อาจเกิดความร้อนสูง ลัดวงจร หรือทำให้กระแสไฟฟ้าไม่เสถียร นำไปสู่ไฟตกเฉพาะบริเวณนั้น หรืออาจถึงขั้นเบรกเกอร์ตัดไฟทั้งบ้าน

สภาพอากาศแปรปรวน

ไฟดับเกิดจากฝนตกหนัก ฟ้าผ่า ลมแรง หรือพายุ เป็นสาเหตุภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อระบบจ่ายไฟฟ้า เช่น ต้นไม้หักโค่นใส่สายไฟ เสาไฟล้ม หรืออุปกรณ์ในระบบไฟฟ้าเสียหายจากฟ้าผ่าโดยตรง ส่งผลให้เกิดไฟดับทั้งในพื้นที่กว้างหรือเฉพาะบางจุดได้ และอาจเกิดซ้ำบ่อยหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงพายุหรือฟ้าผ่า

ระบบไฟฟ้าภูมิภาคมีปัญหา

หากระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ เช่น หม้อแปลง สายส่งแรงสูง หรือระบบควบคุมแรงดันมีปัญหา อาจทำให้เกิดไฟตกหรือไฟดับในหลายพื้นที่พร้อมกัน แม้ว่าภายในบ้านจะไม่มีปัญหาใดๆ ก็ตาม โดยมักเกิดจากการซ่อมบำรุง หรือเกิดอุบัติเหตุภายนอก เช่น สัตว์เลื้อยคลานเข้าไปในหม้อแปลง หรืออุปกรณ์ชำรุดกะทันหัน

การไฟฟ้าลดโหลด (Load Shedding)

ในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงมาก เช่น หน้าร้อนช่วงกลางวัน หรือเกิดปัญหาความสามารถผลิตไฟฟ้าไม่พอ การไฟฟ้าอาจใช้วิธี “ลดโหลด” ด้วยการตัดกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในบางพื้นที่สลับกันไป วิธีนี้เรียกว่า Load Shedding ซึ่งจะทำให้ไฟดับตามรอบ แม้จะไม่ได้เกิดจากความเสียหายใดๆ ในบ้าน

บ้านอยู่ไกลสถานีจ่ายไฟ

บ้านที่อยู่ปลายสายส่ง หรืออยู่ห่างจากหม้อแปลงหรือสถานีย่อยของการไฟฟ้า มักพบว่าแรงดันไฟจะตกลงตามระยะทาง โดยเฉพาะหากสายส่งเก่า หรือมีผู้ใช้งานในสายเดียวกันจำนวนมาก ยิ่งทำให้แรงดันตกลงหนัก และส่งผลให้ไฟตกบ่อยเป็นพิเศษในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟพร้อมกันสูง เช่น ตอนเย็นหรือหัวค่ำ

กระแสไฟฟ้าไหลลงดิน

กระแสไฟที่รั่วลงดินอาจเกิดจากการเดินสายไฟไม่สมบูรณ์ ฉนวนเสื่อม หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีปัญหา ซึ่งไม่เพียงแค่ทำให้ไฟฟ้าในบ้านไม่เสถียร แต่ยังอันตรายต่อชีวิตผู้ใช้งานอีกด้วย เมื่อเกิดการรั่วกระแสไฟ ระบบตัดไฟ (เช่น ELCB หรือ RCBO) อาจทำงานเพื่อตัดไฟทันที ทำให้ไฟดับโดยอัตโนมัติ และถ้ายังไม่แก้ไขต้นเหตุ อาจเกิดซ้ำบ่อยจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

ผลกระทบจากไฟดับและไฟตกบ่อยๆ ที่ควรระวัง

ผลกระทบจากไฟดับและไฟตกบ่อยๆ ที่ควรระวัง

ผลกระทบจากไฟดับและไฟตกบ่อยๆ ที่ควรระวัง

  • อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายได้ง่าย แรงดันไฟฟ้าที่ไม่เสถียร โดยเฉพาะไฟตกหรือไฟกระชากบ่อยครั้ง ทำให้วงจรภายในอุปกรณ์เสียหายหรือเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ เช่น คอมพิวเตอร์ ทีวี ตู้เย็น หรือแอร์
  • เสี่ยงเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟฟ้ารั่ว ไฟดับแล้วจ่ายไฟกลับทันที อาจทำให้กระแสไฟพุ่งสูงชั่วขณะ ส่งผลให้สายไฟหรืออุปกรณ์ไหม้ หรือทำให้เกิดไฟฟ้ารั่วโดยไม่รู้ตัว เพิ่มความเสี่ยงต่อเพลิงไหม้และอันตรายต่อผู้ใช้งาน
  • ส่งผลกระทบต่อระบบความปลอดภัย ระบบกล้องวงจรปิด ประตูอัตโนมัติ หรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย อาจหยุดทำงานขณะไฟดับ ทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • ขัดขวางการทำงานหรือการเรียนออนไลน์ การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) หรือเรียนออนไลน์จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต หากไฟดับบ่อยจะทำให้การทำงานสะดุด ข้อมูลสูญหาย หรือเสียโอกาสสำคัญ
  • รบกวนกิจกรรมภายในบ้าน ไฟดับระหว่างทำอาหาร ซักผ้า หรือดูแลผู้สูงอายุที่ใช้เครื่องมือทางการแพทย์ อาจสร้างความไม่สะดวกหรือเป็นอันตรายได้โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กหรือผู้ป่วย
  • สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม อุปกรณ์ที่เสียหายจากไฟฟ้าตกต้องซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ ซึ่งอาจมีราคาสูง โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์สำนักงาน
  • เสี่ยงข้อมูลสูญหาย อุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์หรือฮาร์ดดิสก์ เมื่อไฟดับโดยไม่ทันได้บันทึกงาน อาจทำให้ข้อมูลสูญหาย หรือระบบพังจนต้องติดตั้งใหม่
  • ส่งผลต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต ไฟตกหรือไฟดับบ่อยอาจสร้างความหงุดหงิด เครียด หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อเกิดช่วงกลางคืนหรือขณะฝนตกหนักที่อาจมีพายุ
รับมืออย่างไร เมื่อเกิดไฟดับ ไฟตกบ่อยๆ

รับมืออย่างไร เมื่อเกิดไฟดับ ไฟตกบ่อยๆ

ไฟดับหรือไฟตกบ่อยๆ หรือไฟบ้านดับหลังเดียว อาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวลและไม่สะดวกในการดำเนินชีวิต แต่การรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสียหายและความเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างมาก

ตั้งสติ อย่าตกใจ เตรียมอุปกรณ์ส่องสว่าง

เมื่อไฟดับหรือไฟตก ควรตั้งสติและไม่ตื่นตระหนก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากความมืด เช่น ล้มหรือเดินชนสิ่งของ ควรเตรียมไฟฉาย แบตเตอรี่ หรือโคมไฟฉุกเฉินไว้ใกล้มือเพื่อใช้ส่องสว่างชั่วคราวและช่วยให้ทำกิจกรรมในบ้านได้ต่อเนื่องจนกว่าไฟจะกลับมา

ตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเอง

หลังจากตั้งสติแล้ว ควรตรวจสอบว่าปัญหาเกิดจากบ้านคุณเองหรือเป็นไฟดับจากภายนอกโดยดูที่สวิตช์เบรกเกอร์ว่ามีการตัดหรือไม่ หรือถามเพื่อนบ้านว่ามีปัญหาไฟดับเหมือนกันหรือไม่ หากเบรกเกอร์ตัด ให้ลองรีเซตใหม่เพื่อดูว่ายังเกิดไฟดับอยู่หรือไม่

ลดการใช้ไฟฟ้าชั่วคราว

ในกรณีที่ไฟตกบ่อยเพราะโหลดไฟเกินบ้านควรลดการใช้ไฟฟ้าชั่วคราว เช่น ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นออกก่อน หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่องพร้อมกัน เพื่อช่วยลดภาระและแรงดันไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

ใช้อุปกรณ์ป้องกันไฟตกไฟดับ

การติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น UPS (เครื่องสำรองไฟฟ้า) สำหรับอุปกรณ์สำคัญ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือ Stabilizer สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไวต่อแรงดันไฟ จะช่วยป้องกันความเสียหายจากไฟตกไฟดับและไฟกระชากได้ นอกจากนี้ ควรเลือกใช้ปลั๊กพ่วงและสายไฟที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือช่างไฟฟ้า

หากไฟตกหรือดับเกิดขึ้นบ่อยและไม่สามารถแก้ไขเองได้ ควรเรียกช่างไฟฟ้ามืออาชีพมาตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงสายไฟ เบรกเกอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ป้องกันความเสียหายหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แนะนำอุปกรณ์จาก Chuphotic ที่ช่วยป้องกันไฟตก ไฟดับ

แนะนำอุปกรณ์จาก Chuphotic ที่ช่วยป้องกันไฟตก ไฟดับ

เครื่องสำรองไฟฟ้า (Uninterruptible Power Supply หรือ UPS)

เครื่องสำรองไฟฟ้า หรือ UPS คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่สำรองพลังงานไฟฟ้าเมื่อเกิดไฟดับหรือไฟตกฉับพลัน โดยจะจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ได้อย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่ง ช่วยป้องกันการหยุดทำงานกะทันหันของคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงการสูญหายของข้อมูลและความเสียหายของเครื่องจักร

เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้า (Voltage Stabilizer หรือ AVR)

ครื่องปรับแรงดันไฟฟ้า หรือ AVR ทำหน้าที่ควบคุมและปรับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับคงที่ แม้ว่าแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายมาจะไม่เสถียรก็ตาม เช่น เมื่อเกิดไฟตกหรือไฟเกิน เครื่องนี้จะช่วยปรับแรงดันให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ป้องกันความเสียหายและช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกใช้อุปกรณ์ทั้งสองประเภทนี้จาก Chuphotic ที่มีมาตรฐานและรับประกันคุณภาพ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและเสถียรในทุกสถานการณ์

วิธีแก้ไขและป้องกันการเกิดไฟดับ ไฟตก

  • เช็กสายไฟและปลั๊กภายในบ้าน ตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ และปลั๊กพ่วงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหาสัญญาณของการชำรุด เสียหาย หรือสึกกร่อน หากพบควรเปลี่ยนหรือซ่อมทันทีเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟตก
  • ลดการใช้ไฟฟ้าพร้อมกันมากเกินไป หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดพร้อมกันเกินกว่าความสามารถของระบบไฟบ้าน เช่น ไม่ควรเปิดแอร์ เตาไฟฟ้า และเครื่องทำน้ำอุ่นพร้อมกัน เพื่อป้องกันโหลดเกินและไฟตก
  • ติดตั้งเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้า (Stabilizer) เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าช่วยรักษาแรงดันไฟให้อยู่ในระดับคงที่ แม้จะเกิดไฟตกหรือไฟกระชาก ช่วยปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำคัญไม่ให้เสียหายจากแรงดันที่ไม่สม่ำเสมอ
  • ติดตั้งเครื่องสำรองไฟ (UPS) สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เช่น คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญ การติดตั้ง UPS จะช่วยสำรองไฟเมื่อไฟดับฉับพลัน ลดความเสียหายและป้องกันข้อมูลสูญหาย
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าโดยช่างมืออาชีพเป็นประจำ ให้ช่างไฟฟ้ามืออาชีพตรวจสอบระบบเดินสายไฟ เบรกเกอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อค้นหาจุดที่อาจเกิดปัญหาและแก้ไขก่อนเกิดไฟดับ
  • เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมาตรฐาน ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ปลั๊กพ่วง และสายไฟที่ได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัย (เช่น มอก.) เพื่อลดความเสี่ยงจากการลัดวงจรหรือความร้อนเกิน
  • ติดต่อผู้ให้บริการไฟฟ้าในพื้นที่ หากพบว่าไฟดับหรือไฟตกบ่อยเกิดจากระบบภายนอก ควรแจ้งปัญหาอย่างรวดเร็ว ด้วยการโทร หรือไฟดับแจ้งออนไลน์ของการไฟฟ้าได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขได้ทันเวลา

สรุป

การแก้ไขและป้องกันไฟดับไฟตกเบื้องต้นนั้นควรเริ่มจากการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านอย่างละเอียด รวมถึงลดการใช้ไฟฟ้าพร้อมกันเกินพิกัด และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันคุณภาพสูงอย่าง UPS และ Stabilizer ที่ช่วยรักษาแรงดันไฟให้เสถียรและปกป้องเครื่องใช้ไฟฟ้าจากความเสียหาย

นอกจากนี้ ควรให้ช่างไฟฟ้ามืออาชีพตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นประจำ และหากเกิดไฟตกนอกบ้าน ควรแจ้งผู้ให้บริการผ่านช่องทางไฟดับแจ้งออนไลน์เพื่อให้แก้ไขได้รวดเร็ว

สำหรับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์และบริการด้านไฟฟ้าคุณภาพสูง Chuphotic มีผลิตภัณฑ์และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญพร้อมดูแลทุกความต้องการของคุณอย่างครบวงจร ทำให้บ้านและที่ทำงานของคุณปลอดภัยและใช้งานไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

เมื่อพูดถึงปัญหาไฟดับและไฟตก หลายคนมักมีคำถามที่สงสัยและต้องการคำตอบที่ชัดเจน ในส่วนนี้เรารวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาเหตุ วิธีตรวจสอบ และแนวทางแก้ไขปัญหาไฟฟ้าในบ้าน เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและรับมือได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยมากขึ้น

UPS กับ Stabilizer ต่างกันอย่างไร?

UPS คือเครื่องสำรองไฟที่จ่ายไฟฟ้าต่อเนื่องเมื่อไฟดับทันที ส่วน Stabilizer ทำหน้าที่ปรับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับคงที่เมื่อไฟตกหรือไฟเกิน

ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ ควรเลือก UPS หรือ Stabilizer?

สำหรับคอมพิวเตอร์ ควรใช้ UPS เพื่อสำรองไฟและป้องกันข้อมูลสูญหายเมื่อไฟดับ รวมกับ Stabilizer เพื่อรักษาแรงดันไฟฟ้าให้คงที่

Chuphotic มีบริการอะไรบ้างนอกจากจำหน่าย UPS และ Stabilizer?

Chuphotic ยังให้บริการติดตั้งและตรวจสอบระบบไฟฟ้า พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลระบบไฟฟ้าภายในบ้านและสำนักงานอย่างครบวงจร

Leave A Reply